⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 540/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาระการพิสูจน์ในคดีร้องขัดทรัพย์ตกแก่ผู้ร้อง ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของตน.

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอในการร้องขัดทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 เป็นเสมือนคำฟ้องที่โจทก์เสนอข้อหาต่อศาลตาม มาตรา 1(3) ผู้ร้องจึงมีฐานะเสมือนเป็นโจทก์ ส่วนโจทก์มีฐานะเสมือนเป็นจำเลย เมื่อผู้ร้องกล่าวอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของตน แต่โจทก์ยืนยันว่าเป็นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อไม่มีข้อสันนิษฐานของกฎหมายอันเป็นคุณแก่ผู้ร้องแล้ว ภาระการพิสูจน์ย่อมตกแก่ผู้ร้องที่จะต้องนำสืบให้สมข้อกล่าวอ้างของตน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ผู้ร้องฎีกาว่า โจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยที่ 2 โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ไม่ใช่ผู้ร้อง และข้อเท็จจริงควรฟังว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดตามคำร้องขัดทรัพย์เป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ผู้ร้องแพ้คดีจึงคลาดเคลื่อน ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในการร้องขัดทรัพย์ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ได้บัญญัติให้ผู้ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้โดยให้บุคคลนั้นยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ให้ปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น คำร้องขอดังกล่าวจึงเป็นเสมือนคำฟ้องที่โจทก์เสนอข้อหาต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(3) ดังนั้นผู้ร้องจึงมีฐานะเสมือนเป็นโจทก์ ส่วนโจทก์มีฐานะเสมือนเป็นจำเลยเมื่อผู้ร้องกล่าวอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของตน แต่โจทก์ยืนยันว่าเป็นของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อไม่มีข้อสันนิษฐานของกฎหมายอันเป็นคุณแก่ผู้ร้องแล้วภาระการพิสูจน์ย่อมตกแก่ผู้ร้องที่จะต้องนำสืบให้สมข้อกล่าวอ้างนั้น ปัญหาต่อไปมิว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นของใช้ในครัวเรือนเป็นสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะที่โจทก์นำยึดอยู่ในความครอบครองของนางศุภรภรรยาจำเลยที่ 2 ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของผู้ร้อง แม้ผู้ร้องจะมีชื่อในทะเบียนบ้านว่าเป็นเจ้าของบ้านที่โจทก์นำเจ้าพนักงานไปยึดทรัพย์ก็ตาม ก็มิได้หมายความว่าทรัพย์ที่ยึดอยู่ในความครอบครองของผู้ร้องด้วย พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้องซื้อหามาเองบ้างบิดามารดายกให้บ้าง ผู้อื่นยกให้บ้างนั้นก็มีแต่ผู้ร้องเพียงผู้เดียวไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน จึงเป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีน้ำหนักประกอบทั้งทรัพย์เหล่านี้เป็นของใช้ซึ่งนางศุภรภรรยาจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใช้สอยอยู่เป็นประจำ ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้ใช้สอยด้วย โดยผู้ร้องอาศัยอยู่กับบิดามารดาซึ่งอยู่คนละแห่งกับบ้านที่เก็บทรัพย์สินเหล่านั้นไว้ จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ผู้ร้องอ้างว่าเหตุที่ไปอยู่กับบิดามารดา เพราะทำงานอยู่กับบิดามารดา เลิกงานมืดค่ำ ไม่เป็นเหตุเพียงพอที่จะฟังว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของและครอบครองทรัพย์ที่ยึด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2526 บริษัทเครื่องสุขภัณฑ์อเมริกันสแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัท ยูไนเต็ดฟอร์เวิร์ด จำกัด กับพวก จำเลย นางสาวสาลีนี ตันติวัฒน์พาณิชย์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเครื่องสุขภัณฑ์อเมริกันสแตนดาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - บริษัท ยูไนเต็ดฟอร์เวิร์ด จำกัด กับพวก · ผู้ร้อง - นางสาวสาลีนี ตันติวัฒน์พาณิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · พิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1010/2539ฎีกา 770/2535ฎีกา 4715/2542ฎีกา 7677/2557ฎีกา 5640/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1492/2510ฎีกา 1145/2512ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 848/2534ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 805/2506ฎีกา 1816/2534ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา