⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1704/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินสมรสเป็นของสามีภรรยาร่วมกัน การจัดการสินสมรสต้องได้รับความยินยอมจากสามีและภรรยาร่วมกัน แม้ว่าภรรยาจะมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

หลังจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ตรวจชำระใหม่ ใช้บังคับแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าได้ทำสัญญาก่อนสมรสในเรื่องทรัพย์สิน ไว้เป็นพิเศษ อำนาจการจัดการที่ดินสินสมรสระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นสามี และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาตามฟ้องซึ่งรวมถึงอำนาจการจำหน่ายด้วย ย่อมเป็นอำนาจของโจทก์และจำเลยที่ 1 รวมกันตามมาตรา 1476 และมาตรา 1477 แม้จำเลยที่ 1 จะมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ในโฉนดแต่ผู้เดียว จำเลยที่ 1 ก็ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมขายโดยโจทก์ไม่ยินยอม การที่จำเลยที่ 1 แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่าจำเลยที่ 1เป็นหญิงหม้ายหย่ากับสามี ยังไม่มีสามีใหม่เจ้าพนักงานที่ดิน จึงจดทะเบียนโอนขายที่ดินตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 ย่อมทำให้โจทก์ ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องในข้อหาดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1477

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยที่ 2 เป็นหลาน จำเลยทั้งสองร่วมกันนำข้อความซึ่งรู้ว่าเป็นเท็จไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่า จำเลยที่ 1 เป็นหญิงหม้ายหย่ากับสามีประมาณ 6 ปีแล้วและยังไม่มีสามีใหม่ เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินหลงเชื่อจึงจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 ความจริงโจทก์กับจำเลยที่ 1 ยังไม่หย่าขาดจากกัน และจำเลยที่ 2ก็รู้ความจริง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 137 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมขายที่ดินตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2520 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ใช้บังคับแล้ว ไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากันไว้ในเรื่องทรัพย์สินเป็นพิเศษก่อนสมรสให้จำเลยที่ 1แต่ผู้เดียวมีอำนาจจำหน่ายสินสมรสได้ในขณะจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมและจดทะเบียนโอนขายที่ดินตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 นั้น อำนาจการจัดการที่ดินตามฟ้องซึ่งรวมถึงอำนาจการจำหน่ายด้วยเป็นอำนาจของโจทก์กับจำเลยที่ 1ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 และมาตรา 1477ที่ได้ตรวจชำระใหม่ แม้จำเลยที่ 1 จะมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องในโฉนดแต่ผู้เดียว จำเลยที่ 1 ก็ไม่มีอำนาจทำนิติกรรมขายที่ดินตามฟ้องโดยโจทก์ไม่ยินยอม ที่เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนขายที่ดินตามฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 ตามความประสงค์ของจำเลยที่ 1 ก็เพราะจำเลยที่ 1 แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่าจำเลยที่ 1 เป็นหญิงหม้ายหย่ากับสามีประมาณ6 ปี ยังไม่มีสามีใหม่ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์จึงอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1704/2527 นายชวลิต สมิตสุวรรณ โจทก์ นางประไพ สมิตสุวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชวลิต สมิตสุวรรณ · จำเลย - นางประไพ สมิตสุวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ปรานอม มหรรณพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3293/2530ฎีกา 6193/2551ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 478/2501ฎีกา 581/2527ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา