⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2239/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2239/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญาแล้ว นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างตามกำหนดเวลานั้น ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจ้างโจทก์โดยมีกำหนดระยะเวลาเป็นช่วงๆ ช่วงละ 6 เดือนครั้งสุดท้ายมีกำหนดระยะเวลา 4 เดือน สัญญาจ้างระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดแห่งสัญญาไว้ทุกช่วงจึงถือว่าเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามกำหนดระยะเวลานั้น จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31กรกฎาคม พ.ศ.2521 ม.2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สมัครเข้าทำงานในโรงกลั่นน้ำมันทหารบางจากในฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่ได้ทำสัญญาจ้างแรงงานกับโจทก์เป็นการจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน ในสัญญาจ้างระบุว่าถ้าหากจำเลยทั้งสี่ต้องการเลิกจ้าง โจทก์ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ต่อมาจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหาย พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ ๔ ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลยได้ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ เป็นราชการส่วนกลาง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ จำเลยทั้งสี่ไม่เคยจ้างโจทก์ หากจะฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าชดเชยแก่โจทก์ เพราะโจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราวและมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและถูกเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย สนับสนุนผู้กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ไม่อยู่ในฐานะเป็นนายจ้างโจทก์โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๔ แต่จำเลยที่ ๔ ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นเพียงส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นนายจ้างโจทก์แต่ผู้เดียว โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ ๑ โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง จำเลยที่ ๑เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินค่าชดเชยนับแต่วันเลิกจ้าง ในต้นเงินค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันฟ้อง ไปจนกว่าชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๔ บรรจุโจทก์เข้าเป็นลูกจ้างมีกำหนด ๖ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๔ ครบกำหนดวันที่๓๐ กันยายน ๒๕๒๔ ต่อมาจำเลยที่ ๑ อนุมัติให้จ้างโจทก์ทำงานต่ออีก ๖ เดือนนับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๔ เป็นต้นไป ครบกำหนดแล้วจ้างต่ออีก ๖ เดือนครั้งสุดท้ายจำเลยที่ ๑ อนุมัติให้จ้างโจทก์ต่อนับแต่เดือนตุลาคม ๒๕๒๕ ถึงเดือนมกราคม ๒๕๒๖ เมื่อสิ้นเดือนมกราคม ๒๕๒๖ ตามกำหนด จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้ออกคำสั่งจ้างโจทก์ต่อไป เห็นได้ว่า จำเลยที่ ๑ จ้างโจทก์โดยมีกำหนดระยะเวลาเป็นช่วง ๆ ช่วงละ ๖ เดือน ครั้งสุดท้ายมีกำหนดระยะเวลา ๔ เดือนสัญญาจ้างระหว่างจำเลยที่ ๑ กับโจทก์เป็นสัญญาที่ได้ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดแห่งสัญญาไว้ทุกช่วง จึงถือว่าเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนจำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์โดยมิได้มีคำสั่งจ้างโจทก์ต่อไปอีก เท่ากับเป็นการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น จำเลยที่ ๑ ผู้เป็นนายจ้างได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๖ วรรคท้าย แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ ๖)ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๑ ข้อ ๒ และไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ ทั้งถือไม่ได้ว่าการเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายแก่โจทก์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2239/2527 นายธวัชชัย บุญเฉลียว โจทก์ กระทรวงกลาโหม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธวัชชัย บุญเฉลียว · จำเลย - กระทรวงกลาโหม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิทูรย์ สุทธิประภา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2548ฎีกา 6877/2544ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 144/2535ฎีกา 1343/2526ฎีกา 5396/2540ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 1221/2549ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 2314/2525ฎีกา 3117/2529ฎีกา 654/2536ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7044/2537ฎีกา 271/2525ฎีกา 859/2527ฎีกา 3583/2524ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1850/2547ฎีกา 584/2536ฎีกา 3362/2529ฎีกา 6000-6040/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา