⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2457/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2457/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว โดยอ้างเหตุพลั้งเผลอของทนายโดยมิได้จงใจและมิใช่เพื่อประวิงคดี ไม่เป็นเหตุที่จะอนุญาตตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน อ้างว่าเป็นเพราะความพลั้งเผลอของทนายจำเลยโดยมิได้จงใจ และมิใช่เพื่อประวิงการดำเนินคดีของศาล ภายหลังที่ศาลสืบพยานโจทก์เสร็จและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว ดังนี้ ไม่เป็นเหตุที่จะอ้างได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม และถือไม่ได้ว่ามีเหตุสมควรอื่นใด ที่จะ อนุญาต

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ในวันนัดสืบพยาน เมื่อโจทก์สืบพยานหมดแล้ว โจทก์แถลงว่า จำเลยไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยรับว่าไม่ได้ยื่นจริง ขออนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่ายังไม่มีเหตุสมควรอนุญาต แล้วนัดฟังคำพิพากษา ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งศาลและขอให้ศาลอนุญาตให้ยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าและภาษีโรงเรือนที่ค้างชำระ ให้ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถว ให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยเพิ่งมายื่นคำร้องขออื่นบัญชีระบุพยานภายหลังที่โจทก์สืบพยานเสร็จและนัดฟังคำพิพากษาแล้วซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม ที่จะนำมาปรับแก่กรณีนี้บัญญัติว่า "คู่ความฝ่ายใดมีเหตุอันสมควรแสดงว่าตนไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตน หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่หรือมีเหตุอันสมควรอื่นใด คู่ความฝ่ายนั้นชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนพิพากษาคดี ขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้น ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลอนุญาตตามคำขอ" ดังนี้ การที่จำเลยยื่นคำร้องอ้างว่าที่ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก็เป็นเพราะความพลั้งเผลอของทนายจำเลยโดยไม่ได้จงใจ และมิใช่เพื่อประวิงการดำเนินคดีของศาลภายหลังที่ศาลสืบพยานโจทก์เสร็จและนัดฟังคำพิพากษาแล้วเช่นนี้ยังไม่เป็นเหตุที่จะอ้างได้ตามบทกฎหมายดังกล่าว และถือไม่ได้ว่ามีเหตุอันสมควรอื่นใด มิฉะนั้นแล้วก็จะเป็นข้ออ้างกันได้เรื่อยไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2457/2527 นายแพทย์สมมาตร์ มาลยมาน โจทก์ นางลั่งเฮียง แซ่กัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแพทย์สมมาตร์ มาลยมาน · จำเลย - นางลั่งเฮียง แซ่กัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · ดำรง อุณหวัฒน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 452/2517ฎีกา 7812/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3221/2534ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 6541/2544ฎีกา 269/2520ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5647/2537ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา