⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2558/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อลูกหนี้ได้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจนครบถ้วนตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมแล้ว การบังคับคดีต้องระงับลงและเจ้าพนักงานบังคับคดีต้องถอนการบังคับคดีนั้น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงที่สุดได้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะต้องดำเนินการบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยวิธีอื่นต่อไป กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 การที่ลูกหนี้ได้วางเงินต่อศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้วหากว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีไว้ เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องถอนการบังคับคดีนั้นตามมาตรา 295(1) เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ได้แถลงรับว่าได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะสั่งให้งดการบังคับคดีตามมาตรา 292(2) ศาลจึงชอบที่จะยกคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงิน ๑๘,๑๓๕,๖๙๗ บาท ๑๖ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จให้แก่จำเลย และให้โจทก์ทำการไถ่ถอนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด เพราะจำเลยชำระหนี้หมดแล้วกับให้โจทก์ใช่ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความศาลชั้นต้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ชั้นอุทธรณ์และฎีการวม ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๓๐ วัน โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ จำเลยยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีอายัดทรัพย์สินของโจทก์ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตั้งเต้าพนักงานกรมบังคับคดีเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดทรัพย์สินของโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๑๖ ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลอาญาหาว่านำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จเบิกความเท็จในคดีนี้ เป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหลงเชื่อพยานเอกสารอันเป็นเท็จและคำเบิกความอันเป็นเท็จของจำเลยพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๗๓๖๑/๒๕๒๕ การกระทำผิดอาญาของจำเลยทั้งสามเป็นการการทำละเมิดให้โจทก์เสียหายโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยจำนวน ๑๘๘,๒๑๔,๕๗๖ บาท๓๓ สตางค์ ต่อศาลแพ่ง ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๕๓๓๖/๒๕๒๕ คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอาญาและศาลแพ่ง ซึ่งโจทก์มีทางชนะและสามารถหักกลบลบหนี้กับจำเลยได้ ขอให้งดการบังคับคดีนี้ไว้ก่อนจำเลยทั้งสามแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าคดีนี้หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้งดการบังคับคดีตามคำขอโจทก์แล้ว โจทก์ได้วางเงิน ๒๘,๖๙๑,๘๐๒บาท ๖๗ สตางค์ ต่อกรมบังคับคดีเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาตามภาพถ่ายใบรับเงินของกรมบังคับคดีลงวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๒๖ ท้ายฎีกาของโจทก์ และปรากฏจากคำแถลงของโจทก์ลงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๒๖ ว่า โจทก์ได้ปฏิบัติตามหมายบังคับคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนำเงินจำนวนดังกล่าวไปวางศาล ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ผู้ค้ำประกันจึงพ้นจากความรับผิด เห็นว่าเมื่อโจทก์ได้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาทั้งค่าฤชาธรรมเนียมแห่งคดีแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะต้องดำเนินการบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินของโจทก์ลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยวิธีอื่นต่อไป กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๓ การที่โจทก์ได้วางเงินต่อศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษา เช่นนี้ หากว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีไว้ เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องถอนการบังคับคดีนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๕(๑) อยู่นั่นเอง จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะสั่งให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๒(๒) ดังที่โจทก์อ้าง เพราะโจทก์ก็ได้แถลงรับว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลเสร็จสิ้น ที่ศาลล่างให้ยกคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของโจทก์ชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2527 บริษัทเครดิตฟองซิเอร์กรุงเทพเคหะ จำกัด โจทก์ นายชัยกิจ ดีสมโชค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเครดิตฟองซิเอร์กรุงเทพเคหะ จำกัด · จำเลย - นายชัยกิจ ดีสมโชค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ · พจน์ บุญเลี้ยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไมตรี โมรรัต · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 171/2513ฎีกา 2836/2566ฎีกา 621/2514ฎีกา 5378/2544ฎีกา 3183/2541ฎีกา 959/2537ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 2280/2559ฎีกา 4794/2534ฎีกา 145/2554ฎีกา 353/2536ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 175/2519ฎีกา 4117/2566ฎีกา 651/2518ฎีกา 68/2529ฎีกา 1634/2532ฎีกา 1256/2518ฎีกา 3278/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา