⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3011/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3011/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินจะบริบูรณ์เมื่อมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม และจำเลยสามารถนำสืบได้ว่าไม่ได้รับมอบเงินกู้เพื่อแสดงว่าสัญญากู้ไม่บริบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

การกู้ยืมเงินเข้าลักษณะยืมใช้สิ้นเปลือง ย่อมบริบูรณ์ต่อ เมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม จำเลยย่อมนำสืบได้ว่าจำเลยมิได้กู้ยืมเงินโจทก์ อันเป็นการนำสืบว่าจำเลยมิได้รับมอบเงินกู้จากโจทก์ ซึ่งเป็นเหตุให้สัญญากู้ไม่บริบูรณ์ ทั้งไม่มีมูลหนี้เงินกู้ระหว่างโจทก์จำเลย ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์หลายครั้งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๓,๐๐๐ บาทครบกำหนดจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยก็ไม่ชำระขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ แต่จำเลยกู้เงินจากนายพาณิชย์เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท นายพาณิชย์ให้จำเลยเขียนชื่อในกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ลอย ๆ ต่อมานายพาณิชย์ข่มขู่และใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้ฉบับหนึ่ง โดยให้ลงจำนวนเงินไว้ ๖,๐๐๐ บาท ต่อมานายพาณิชย์บอกว่าสัญญากู้ดังกล่าวไม่สมบูรณ์ ใช้ไม่ได้ ให้จำเลยทำสัญญาใหม่อีกฉบับหนึ่ง มูลหนี้ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๐วรรคสอง สัญญายืมใช้สิ้นเปลืองย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม การกู้ยืมเงินเข้าลักษณะยืมใช้สิ้นเปลือง ดังนั้นที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยมิได้กู้ยืมเงินโจทก์ ย่อมถือได้ว่าจำเลยนำสืบว่าจำเลยมิได้รับมอบเงินกู้จากโจทก์ ซึ่งเป็นเหตุให้สัญญากู้รายพิพาทไม่บริบูรณ์ ทั้งไม่มีมูลหนี้เงินกู้ระหว่างโจทก์จำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ วรรคสอง บัญญัติว่า มิได้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า พยานเอกสารที่แสดงนั้นเป็นเอกสารปลอม หรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ หรือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิดการที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบว่า สัญญากู้รายพิพาทไม่บริบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์และไม่มีมูลหนี้ จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินตามสัญญากู้รายพิพาทแก่โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยย่อมกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3011/2527 นายธวัช จันทร์ตรี โจทก์ นางบุษณีย์ สุกุมารพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธวัช จันทร์ตรี · จำเลย - นางบุษณีย์ สุกุมารพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสังเวียน รัตนมุง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 425/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา