⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 349/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์มีผลสมบูรณ์เมื่อคู่สัญญาตกลงกันและมีการส่งมอบทรัพย์สินแล้ว การดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าเป็นเพียงพิธีการเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาโอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ให้แก่ผู้ร้อง ได้ชำระเงินและรับมอบเครื่องโทรศัพท์กันแล้วตั้งแต่วันทำสัญญา การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์ดังกล่าวย่อมมีผลสมบูรณ์ตั้งแต่ขณะทำสัญญาเสร็จ การที่จะไปทำการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าโทรศัพท์มาเป็นชื่อผู้ร้องเป็นแต่เพียงแบบพิธีการเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.101 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.303 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลคดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดสิทธิการเช่าโทรศัพท์อ้างว่าเป็นของจำเลยที่ ๒ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าทรัพย์ที่ยึดดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การคัดค้านว่า สิทธิการเช่าโทรศัพท์เป็นของจำเลยที่ ๒ ที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ซื้อสิทธิการเช่ามาจากจำเลยที่ ๒ แล้วนั้น เมื่อยังมิได้ทำการโอนสิทธิกันต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย การโอนย่อมไม่มีผล โจทก์มีสิทธินำยึด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีซึ่งมีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาท จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓๘ และ ๒๔๗ ที่โจทก์ฎีกาว่า สัญญาโอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ระหว่างจำเลยที่ ๒กับผู้ร้องเป็นสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ยังถือไม่ได้ว่าการโอนมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะยังมิได้ทำการโอนสิทธิการเช่าต่อองค์การโทรศัพท์ให้ถูกต้อง จึงนำสัญญาโอนดังกล่าวมาใช้ยันบุคคลภายนอกไม่ได้นั้น เห็นว่าการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายนี้จำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาโอนให้แก่ผู้ร้องไปแล้วก่อนที่จำเลยที่ ๒ จะค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ ตามระเบียบขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ได้ยอมอนุญาตให้ผู้ซื้อบ้านจากผู้อื่นซึ่งมีโทรศัพท์ยื่นเรื่องราวขอเป็นผู้เช่าโทรศัพท์เครื่องนั้นได้หากว่าได้ครอบครองติดต่อกันมาเกิน ๖ เดือนโดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่จำต้องไปแจ้งต่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยพร้อมกัน สัญญาขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์ระหว่างจำเลยที่ ๒ กับผู้ร้องตามเอกสารหมาย ร.๔ทั้งสองฝ่ายได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ผู้โอนคือจำเลยที่ ๒ได้รับชำระเงินจากผู้ร้องแล้ว และผู้ร้องได้รับมอบเครื่องโทรศัพท์ไว้ในครอบครองแล้วตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายคือวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๕ ดังนั้น การโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายนี้ย่อมมีผลสมบูรณ์ตั้งแต่ขณะทำสัญญาเสร็จ การที่จะไปทำการเปลี่ยนตัวผู้เช่าโทรศัพท์จากจำเลยที่ ๒ มาเป็นชื่อผู้ร้องเป็นแต่เพียงแบบพิธีการเท่านั้นสิทธิการเช่าโทรศัพท์จึงไม่ใช่เป็นของจำเลยที่ ๒ โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2527 บริษัทสยามกลการ จำกัด โจทก์ นายพิทักษ์ เรืองชาติสมบัติ กับพวก จำเลย นายสุจินต์ รัตนนนท์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามกลการ จำกัด · จำเลย - นายพิทักษ์ เรืองชาติสมบัติ กับพวก · ผู้ร้อง - นายสุจินต์ รัตนนนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายมงคล เปาอินทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญทรง เค้าไพบูลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1798/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1490/2538ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1492/2510ฎีกา 1593/2524ฎีกา 541/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 1445/2482ฎีกา 1141/2540ฎีกา 805/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา