คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ และต้องคืนทรัพย์สินตามบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะเพราะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์ต้องคืนที่ดินให้จำเลย จำเลยก็ต้องคืนเงินให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 ในลักษณะลาภมิควรได้เพราะเป็นการรับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบ ทั้งตามคำฟ้องโจทก์ก็ได้บรรยายถึงเรื่องลาภมิควรได้ไว้แล้วที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานให้ได้ความเสียก่อนว่าจำเลยได้รับเงินค่าขายฝาก 30,000 บาท จากโจทก์หรือไม่แล้วพิพากษาใหม่
คดีในชั้นฎีกาเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ ศาลฎีกาให้คืนค่าขึ้นศาลที่ชำระเกินมาในชั้นฎีกาแก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินไว้แก่โจทก์ ในราคา๓๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนดไถ่ จำเลยไม่นำเงินมาไถ่และไม่โอนที่ดินให้โจทก์ขอบังคับให้จำเลยใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยให้การว่าไม่เคยขายฝากที่ดินให้โจทก์ และจำเลยได้นำ น.ส.๓ไปประกันค่าสินค้าที่จำเลยซื้อเชื่อจากโจทก์ โจทก์หลอกให้จำเลยลงชื่อในสัญญาขายฝากแล้วนำไปกรอกข้อความเอง สัญญาขายฝากนี้มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่าย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์เป็นโมฆะ เพราะมิได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่ได้รับเงินค้าขายฝาก ๓๐,๐๐๐ บาทจากโจทก์ หากพิจารณาแล้วได้ความว่าจำเลยรับเงินค่าขายฝากจากโจทก์ เมื่อสัญญาขายฝากเป็นโมฆะ โจทก์ต้องคืนที่ดินให้จำเลย จำเลยต้องคืนเงินให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๐๖ ในลักษณะลาภมิควรได้ เพราะเป็นการรับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบ เทียบเคียงได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๐๘/๒๕๑๐ ระหว่าง นายสุเวียง ศรีสุข โจทก์นายอ่วม ธรรมทอง จำเลยทั้งตามคำฟ้องของโจทก์พอถือได้ว่าโจทก์ได้บรรยายถึงเรื่องลาภมิควรได้ไว้แล้วต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานให้ได้ความเสียก่อนว่าจำเลยได้รับเงินค่าขายฝาก ๓๐,๐๐๐ บาทจากโจทก์หรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายเป็นการไม่ชอบ
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ แต่คดีในชั้นฎีกาเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ ค่าขึ้นศาลที่ชำระเกินมาในชั้นฎีกาให้คืนแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2527
นายอุดม ณรงค์หนู โจทก์
นางคลึ่ม โทครบุรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอุดม ณรงค์หนู · จำเลย - นางคลึ่ม โทครบุรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายชนันต์ วิรบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา