คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หากนำเงินของทางราชการไปฝากผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจหรือมิได้ขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ถือว่ามีเจตนาทุจริตเบียดบังทรัพย์สินนั้นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
เมื่อสารวัตรใหญ่ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยได้สั่งให้จำเลยทำหน้าที่เก็บรักษาเงินประกันตัวผู้ต้องหาของสถานีตำรวจ ย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการในการเก็บรักษาเงินดังกล่าวตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้ว
การที่จำเลยนำเงินของทางราชการไปฝากผู้อื่นไว้ มิได้นำมาเก็บไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการ หรือหากไม่มีตู้นิรภัยของทางราชการ ควรจะเก็บเงินนั้นอย่างใด จำเลยก็จะต้องขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาคือสารวัตรใหญ่ เสียก่อน แต่จำเลยก็หาได้กระทำไม่ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลย มีเจตนาทุจริตเบียดบังเงินจำนวนนั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นข้าราชการตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ มีหน้าที่เกี่ยวกับบัญชีหน่วยงานย่อย และได้รับคำสั่งจากสารวัตรใหญ่ให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับเงินประกันตัวผู้ต้องหาด้วย จำเลยได้รับเงินที่นายประกันนำมาประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งเบิกมาจากกองการเงินกรมตำรวจเพื่อเตรียมจ่ายคืนให้แก่นายประกันที่มาขอรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง จำเลยมีหน้าที่จะต้องนำเงินนั้นไปมอบให้แก่สารวัตรใหญ่เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟของสถานีตำรวจรอนายประกันมาถอนเงินคืน จำเลยผู้มีหน้าที่จัดหรือรักษาทรัพย์ดังกล่าวได้เบียดบังเอาเงินจำนวนนั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่และกรมตำรวจ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๕๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ (รวมพิจารณากับคดีอื่นซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น) เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗ ลงโทษจำคุก
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีเชื่อได้ว่าสารวัตรใหญ่ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยได้สั่งให้จำเลยทำหน้าที่เก็บรักษาเงินประกันตัวผู้ต้องหาของสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการในการเก็บรักษาเงินดังกล่าวตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาแล้ว
การที่จำเลยนำเงินของทางราชการไปฝากผู้อื่นไว้ มิได้นำมาเก็บไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการ หรือหากไม่มีตู้นิรภัยของทางราชการ ควรจะเก็บเงินนั้นอย่างใดจำเลยก็จะต้องขอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาคือสารวัตรใหญ่เสียก่อนแต่จำเลยก็หาได้กระทำไม่ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเงินนั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2527
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
จ่าสิบตำรวจเสนาะ ศิริวัติ หรือศิริวิติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจเสนาะ ศิริวัติ หรือศิริวิติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรานอม มหรรณพ · ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายวินัย วิมลเศรษฐ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา