คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษ
2. ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยและลดโทษให้จำเลยในข้อหาที่มิได้อุทธรณ์ หากมีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยให้การรับสารภาพ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงและตีผู้ตายจนถึงแก่ความตายจริง โดยมิได้อ้างเหตุในเรื่องป้องกันตัวขึ้นต่อสู้ในชั้นพิจารณาจำเลยก็เบิกความรับข้อเท็จจริงดังกล่าวและรับด้วยว่าได้ลงชื่อไว้ในคำให้การจริงทั้งศาลชั้นต้นก็ได้ยกเอาคำให้การดังกล่าวขึ้นมารับฟังประกอบการวินิจฉัยคดีด้วยดังนี้ ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ
การที่ศาลลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพราะจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะแล้วนั้น ศาลยังลดโทษให้จำเลยในกรณีที่มีเหตุบรรเทาโทษในประการอื่นได้อีก
เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์แล้วหากศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษแก่จำเลยในข้อหาความผิดที่มิได้อุทธรณ์ขึ้นมาด้วยเพราะจำเลยให้การรับสารภาพศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและลดโทษให้แก่จำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๙๑ และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
จำเลยให้การปฏิเสธในข้อหาฆ่าผู้อื่น ส่วนข้อหาอื่นให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ และตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบกับมาตรา ๗๒ นั้น คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงและตีผู้ตายจนถึงแก่ความตายจริง โดยมิได้อ้างเหตุในเรื่องป้องกันตัวขึ้นต่อสู้ ในชั้นพิจารณาจำเลยก็เบิกความรับข้อเท็จจริงดังกล่าวและรับด้วยว่าจำเลยได้ลงชื่อไว้ในคำให้การชั้นสอบสวนจริง ศาลชั้นต้นก็ได้ยกเอาคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนขึ้นมารับฟังประกอบการวินิจฉัยคดีด้วยดังนี้ ถือได้ว่าคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว และการที่ศาลลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพราะจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะแล้วนั้น ก็ไม่มีกฎหมายใดห้ามมิให้ศาลลดโทษให้จำเลยในกรณีที่มีเหตุบรรเทาโทษในประการอื่นอีก
ที่โจทก์ฎีกาว่า ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยและลดโทษให้จำเลยโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบนั้นเห็นว่าแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวก็ตามแต่เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นอันทำให้คดีต้องขึ้นไปสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์แล้ว หากศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษแก่จำเลยเพราะจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดทั้งสองฐานนี้ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและลดโทษให้แก่จำเลยได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2528
พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง โจทก์
นายพงษ์สวัสดิ์ หรือเปลี่ยน สร้อยเพชร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำปาง · จำเลย - นายพงษ์สวัสดิ์ หรือเปลี่ยน สร้อยเพชร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำปาง - นายสถิตย์ ทาวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายเคียง บุญเพิ่ม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา