⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 223/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้รับคำให้การของจำเลย ถือเป็นคำพิพากษาที่เสร็จสิ้นคดีจากศาลอุทธรณ์แล้ว จึงสามารถฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งเป็น 2 เรื่อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องแรกว่าศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้รับคำให้การของจำเลยเพื่อดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วคดียังมีประเด็นตามคำให้การซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาและพิพากษาต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องที่สองว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การจำเลยแล้วดำเนินการต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาไปทั้งสองเรื่องนั้น คดีเสร็จสิ้นไปจากศาลอุทธรณ์แล้ว หาเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาอันจะต้องห้ามมิให้ฎีกาไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพัก ๒๐ หลังมีกำหนดเวลา ๒๑๐ วัน หากโจทก์ทำงานเสร็จแล้วไม่ได้รับเงิน จำเลยยอมให้ค่าเสียหายวันละ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยผิดสัญญาและหักเงินค่าจ้างบางส่วนของโจทก์ไว้อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ต้องทำงานล่วงเลยกำหนด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วยกคำร้องจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำแถลงโต้แย้งไว้ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การเป็น ๒ เรื่อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องแรกว่า ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้รับคำให้การของจำเลยเพื่อดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้ว คดียังมีประเด็นตามคำให้การของจำเลยและฟ้องแย้ง ซึ่งศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาและพิพากษาต่อไป พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องที่สองว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การจำเลยแล้วดำเนินการต่อไป โจทก์ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้ง ๒ เรื่อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้จงใจจะขาดนัดยื่นคำให้การส่วนที่จำเลยแก้ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิจะฎีกา เพราะศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การของจำเลยและดำเนินการต่อไป ถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ประกอบมาตรา ๒๔๗ และคำสั่งศาลฎีกาที่ ๒๓๖๕-๒๓๖๗/๒๕๑๕ นั้น เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาไปทั้งสองเรื่องนั้น คดีเสร็จสิ้นไปจากศาลอุทธรณ์แล้ว หาเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาอันจะต้องห้ามมิให้ฎีกาอย่างที่จำเลยกล่างอ้างไม่ ทั้งคำสั่งของศาลฎีกาที่จำเลยยกมานั้นรูปคดีก็ไม่ตรงกับคดีนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 223/2528 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.เอกชน โจทก์ บริษัทเอเซียแลนด์แอนด์เครดิต จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.เอกชน · จำเลย - บริษัทเอเซียแลนด์แอนด์เครดิต จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม สันติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3803/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 4185/2547ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา