⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2281-2282/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281-2282/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามกฎหมายแรงงาน คือการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุอันสมควร แม้ลูกจ้างจะไม่ได้กระทำผิดก็ตาม แต่หากนายจ้างมีเหตุผลอันสมควรในการปรับปรุงกิจการและไม่สามารถจัดหาตำแหน่งงานอื่นให้ลูกจ้างได้ การเลิกจ้างนั้นไม่ถือว่าไม่เป็นธรรม การอุทธรณ์ต้องอาศัยเหตุที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นเท่านั้น นายจ้างจะผิดนัดชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อลูกจ้างได้ทวงถามแล้ว ส่วนค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี นายจ้างต้องจ่ายทันทีที่เลิกจ้าง หากไม่จ่ายถือว่าผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้าง

ย่อคำพิพากษา

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯมาตรา 49 นั้น หมายถึงการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุอันสมควร มิได้หมายความว่าถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้กระทำผิดแล้วจะถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไม่จำเลยให้การว่าจำเลยประสบปัญหาเรื่องการเงินและขาดเงินทุนดำเนินการ จำเลยจึงปรับปรุงกิจการโดยยุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานซึ่งโจทก์ดำรงอยู่และไม่สามารถจัดหาตำแหน่งอื่นทดแทนแก่โจทก์ได้คำให้การของจำเลยดังนี้ แสดงเหตุของการเลิกจ้างไว้โดยชัดแจ้ง หาใช่คำให้การ ที่ไม่มีประเด็นไม่ ฟ้องโจทก์กล่าวอ้างเหตุแห่งการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมว่าจำเลยเลิกจ้างโดยอ้างว่ายุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานที่โจทก์ดำรงอยู่ ซึ่งไม่เป็นความจริงและหาได้กล่าวอ้างถึงเหตุอื่นไม่ ฉะนั้นโจทก์จะยกเหตุอื่นนอกเหนือจากเหตุที่กล่าวในฟ้องมาเป็นข้ออุทธรณ์หาได้ไม่ เพราะมิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ใช่หนี้เงินซึ่งกฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายแก่ลูกจ้างทันทีที่เลิกจ้าง ดังนั้นนายจ้างจะผิดนัดต่อเมื่อลูกจ้างทวงถามเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ทวงถามจำเลย โจทก์จึงมีสิทธิได้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง ส่วนค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 45 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง โดยไม่ต้องทวงถาม เมื่อจำเลยไม่จ่าย จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้าง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างว่าได้ยุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานที่โจทก์ดำรงอยู่ซึ่งความจริงจำเลย มิได้ยุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานดังกล่าว จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะสาเหตุที่โจทก์ปฏิบัติงานขัดแย้งกับผู้อำนวยการกับพวก เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์สำนวนแรกและค่าเสียหาย และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์สำนวนที่สองตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะกิจการของจำเลยขาดทุน รัฐบาลให้จำเลยปรับปรุงกิจการ จำเลยจึงยกเลิกข้อบังคับเดิมออกข้อบังคับใหม่ยุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งตำแหน่งและหน่วยงานซึ่งโจทก์ทั้งสองดำรงอยู่ คงเหลือไว้เฉพาะหน่วยงานที่จำเป็น จำเลยไม่สามารถจัดหาตำแหน่งอื่นทดแทนแก่โจทก์ได้ มิได้มีเจตนากลั่นแกล้ง โจทก์สำนวนแรกไม่ตอกบัตรลงเวลาเลิกงานหลายครั้ง เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลย จำเลยบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าโจทก์สำนวนแรกถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสองสำนวนไม่ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนถือว่าสละสิทธิ โจทก์สำนวนแรกหยุดพักผ่อนประจำปีครบถ้วนแล้วโจทก์ไม่ได้ทวงถามจำเลยจึงไม่ต้องชำระดอกเบี้ย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์สำนวนแรก ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์สำนวนที่สอง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หมายถึงการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุอันสมควร มิได้หมายความว่า กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้กระทำผิดแล้วจะถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไม่ การที่จำเลยให้การว่าจำเลยประสบปัญหาเรื่องการเงินและขาดเงินทุนดำเนินการ จำเลยจึงออกข้อบังคับใหม่ปรับปรุงกิจการของจำเลยโดยยุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานซึ่งโจทก์ทั้งสองสำนวนดำรงอยู่และไม่สามารถจัดหาตำแหน่งอื่นทดแทนให้ได้ คำให้การของจำเลยแสดงเหตุของการเลิกจ้างไว้โดยชัดแจ้ง คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยยุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานซึ่งโจทก์ทั้งสองดำรงอยู่หรือไม่ และมีความจำเป็นมากหรือน้อยเพียงใด หาใช่คำให้การไม่มีประเด็นไม่ ส่วนการที่ข้อบังคับฉบับใหม่ของจำเลยกำหนดโครงสร้างงานใหม่แม้จำเลยจะลดฐานะสำนักงานตรวจการลงมาเป็นกองตรวจการและให้ไปสังกัดสำนักงานตรวจสอบซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่โดยมีกองอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ถึงจะเรียกว่าลดฐานะหรือยุบเลิก ผลก็ไม่แตกต่างกันเพราะตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานตรวจการย่อมไม่มีในกิจการของจำเลย ซึ่งเท่ากับถูกยุบเลิกนั่นเอง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์สำนวนแรกเพราะเหตุนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมติของคณะกรรมการ ที่โจทก์ทั้งสองสำนวนกล่าวอ้างในฟ้องถึงเหตุไม่เป็นธรรมในการเลิกจ้างว่าจำเลยอ้างว่ายุบเลิกตำแหน่งและหน่วยงานซึ่งโจทก์ทั้งสองดำรงอยู่ แต่ความจริงจำเลยมิได้ยุบเลิกตำแหน่งหรือหน่วยงานดังกล่าว นั้น โจทก์มิได้กล่าวอ้างถึงเหตุอื่นอันเป็นเหตุเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ฉะนั้น โจทก์ทั้งสองสำนวนจะยกเหตุอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวในฟ้องมาเป็นข้ออุทธรณ์หาได้ไม่ เพราะมิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 31 สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 มิใช่หนี้เงินซึ่งกฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายแก่ลูกจ้างทันทีที่เลิกจ้างนายจ้างจะผิดนัดต่อเมื่อลูกจ้างทวงถาม เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์สำนวนแรกทวงถามจำเลย โจทก์สำนวนแรกจึงมีสิทธิได้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง ส่วนค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 45 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างมิได้มีความผิดตาม ข้อ 47 จึงเป็นหนี้เงินที่นายจ้างต้องจ่ายทันทีที่เลิกจ้างโดยไม่ต้องทวงถาม เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำเลยย่อมเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันเลิกจ้าง ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ทั้งสองสำนวนตั้งแต่วันเลิกจ้าง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยของค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์ทั้งสองสำนวนตั้งแต่วันเลิกจ้าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281 - 2282/2528 นายเยื้อน มหาปัญญาวงศ์ โจทก์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเยื้อน มหาปัญญาวงศ์ · จำเลย - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3136/2524ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 859/2527ฎีกา 5712/2541ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 75/2481ฎีกา 462/2507ฎีกา 4484/2536ฎีกา 9571/2544ฎีกา 1302/2535ฎีกา 5494/2541ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา