คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2609/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการ ถือเป็นการจ้างงาน และนายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง
* การอ้างว่าถูกหลอกลวงให้ยินยอมแต่งตั้ง ไม่ใช่ข้อต่อสู้เรื่องนิติกรรมอำพราง
* หนี้ที่เกิดจากวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นโมฆะ และผู้ที่รู้เช่นนั้นแล้วไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระคืน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำหนังสือแต่งตั้งโจทก์ให้เป็นผู้รักษาการ กรรมการผู้จัดการของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เมื่อจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างและโจทก์ ได้ทำงานตามหน้าที่ให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่จ่าย ค่าจ้างให้แก่โจทก์
จำเลยมิได้ยกเรื่องนิติกรรมอำพรางเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การเพียงแต่กล่าวอ้างว่าการที่จำเลยยินยอมแต่งตั้งโจทก์เป็น ผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลยนั้น เพราะถูกโจทก์กับ พวกหลอกลวงและจำเลยหลงเชื่อซึ่งไม่ใช่กรณีที่เกี่ยวกับนิติกรรมอำพรางอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง
โจทก์จ่ายเงินทดรองเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการของจำเลยซึ่งเป็นการประกอบกิจการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เงินทดรองจึงเป็นหนี้ ที่เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ขัดขวางต่อ ความสงบเรียบร้อยของประชาชนย่อมเป็นโมฆะการที่โจทก์จ่ายเงินไปโดยรู้อยู่แล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระคืน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ โดยให้ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลย โจทก์ขอลาออกจากงาน จำเลยมีคำสั่งอนุมัติให้โจทก์ลาออกแต่ไม่จ่ายค่าจ้างให้ และไม่จ่ายคืนเงินทดรองซึ่งโจทก์ได้จ่ายทดรองเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการของจำเลย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง การที่จำเลยทำหนังสือแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลยเพราะโจทก์กับพวกหลอกลวงจำเลย
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ คำขออื่นให้ยก
โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำหนังสือแต่งตั้งโจทก์ให้เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลย เท่ากับฟังว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยซึ่งเป็นการจ้างแรงงานอย่างหนึ่งนั่นเองส่วนการที่จำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการโดยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการไม่ชอบนั้น โจทก์ได้ทำงานตามหน้าที่ให้แก่จำเลยจนมีผลงานสำเร็จไปรายหนึ่งแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์หาใช่ว่าเมื่อการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ย่อมไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลย หรือการที่โจทก์ทำงานให้แก่จำเลยเป็นผลสำเร็จไปรายหนึ่งนั้นเป็นการจ้างทำของหรือไม่
จำเลยมิได้ยกเรื่องนิติกรรมอำพรางเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การจำเลยเพียงกล่าวอ้างว่า การที่จำเลยยินยอมแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลยนั้นเพราะถูกจำเลยกับพวกหลอกลวงและจำเลยหลงเชื่อ ซึ่งไม่ใช่กรณีเกี่ยวกับนิติกรรมอำพราง อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
โจทก์จ่ายเงินทดรองเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการของจำเลยซึ่งเป็นการประกอบกิจการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เงินทดรองจึงเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓ การที่โจทก์จ่ายเงินโดยรู้อยู่เช่นนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๑๑
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2609/2528
นายวิชัย อาจจันทึก โจทก์
บริษัทซูปรีมคอร์เปอร์เรชั่นจำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิชัย อาจจันทึก · จำเลย - บริษัทซูปรีมคอร์เปอร์เรชั่นจำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายกอบเกียรติ รัตนพานิช · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา