⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2849/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2849/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยชำเราผู้เสียหายโดยลักษณะข่มขืนจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรกเช่นเดียวกัน โดยฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายสมัครใจให้จำเลยกระทำชำเราจำคุก2 ปี จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในบทมาตราเดียวกัน แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้โทษให้เบาลง ก็เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และ ลงโทษจำคุกไม่เกิน5 ปี การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยกระทำชำเราในลักษณะข่มขืนอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้พรากเด็กหญิงสมพิศ ภูมิสกุล ผู้เสียหายอายุยังไม่เกิน 13 ปี ไปเสียจากนางกฤษณา สิวิถะ มารดาโดยไม่มีเหตุอันสมควร เพื่อการอนาจารและจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายและได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยใช้กำลังประทุษร้ายชกต่อยที่ท้องจนผู้เสียหายหมดสติอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317, 310 และ 277 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก จำคุก 4 ปี ตามมาตรา 310 จำคุก 3 เดือน และตามมาตรา 317 วรรคสาม จำคุก 2 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก จำคุก 2 ปี และมาตรา 317 วรรคสาม จำคุก 1 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 ว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายด้วยนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก โดยฟังข้อเท็จจริงว่านอกจากจำเลยจะกระทำชำเราผู้เสียหายแล้ว ยังกระทำชำเราในลักษณะข่มขืนด้วย ส่วนศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรกเช่นเดียวกัน โดยฟังข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายยินยอมให้จำเลยกระทำชำเราด้วยความสมัครใจ จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยในบทมาตราเดียวกัน แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้โทษให้เบาลง ก็เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี โจทก์ฎีกาว่าจำเลยกระทำความผิดในลักษณะข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2849/2528 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายสม อักโขวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นายสม อักโขวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 233/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4180/2548ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1774/2536ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา