⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3822/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3822/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโยกย้ายลูกจ้างซึ่งเป็นที่ปรึกษาของสหภาพแรงงานระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้อง ถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เว้นแต่จะเป็นไปตามเหตุที่กฎหมายกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ แผนกยานพาหนะและขนส่ง กองคลังพัสดุ ประจำทำงานในต่างจังหวัด กับเป็นสมาชิกและอนุกรรมการสหภาพแรงงานพนักงานของจำเลย สหภาพแรงงานดังกล่าวได้แจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลยและแต่งตั้งโจทก์เป็นที่ปรึกษา ต่อมาในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้อง จำเลยมีคำสั่งโยกย้ายโจทก์ไปทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ แผนกบริการและควบคุมยานพาหนะ กองยานพาหนะ ซึ่งต้องประจำทำงานที่กรุงเทพมหานคร ดังนี้ การที่จำเลยมีคำสั่งโยกย้ายโจทก์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนต่อ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 31 วรรคหนึ่งและการที่จำเลยปรับปรุงโครงสร้างงานใหม่ และจำเป็นต้องโยกย้ายลูกจ้างซึ่งล้นงานไปประจำหน่วยงานอื่นนั้นไม่ใช่เหตุหนึ่งเหตุใดตามมาตรา 31(1) ถึง (4) จำเลยจึงไม่มีอำนาจโยกย้ายหน้าที่การงานของโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์แผนกยานพาหนะและขนส่ง เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๗ สหภาพแรงงานพนักงานการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกและอนุกรรมการได้แจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลยโดยแต่งตั้งโจทก์เป็นที่ปรึกษา ต่อมาวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้อง จำเลยมีคำสั่งโยกย้ายโจทก์ให้ไปดำรงตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ แผนกบริการและควบคุมยานพาหนะ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ข้อ ๓๑ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลยดังกล่าว โดยให้โจทก์กลับไปทำงานในสังกัดหน่วยงานเดิมเสมือนหนึ่งไม่มีการโยกย้าย จำเลยให้การว่า การที่จำเลยมีคำสั่งโยกย้ายโจทก์ เนื่องจากจำเลยได้ปรับปรุงโครงสร้างและสายงานการบังคับบัญชาใหม่โดยยุบเลิกหน่วยงานที่หมดความจำเป็นและจัดตั้งหน่วยงานใหม่ หน่วยงานของโจทก์ปรากฏว่าพนักงานขับรถยนต์มีจำนวนมากเกินกว่าความจำเป็น จำเลยจึงมีคำสั่งโยกย้ายโจทก์มาประจำทำงานที่กรุงเทพมหานครอันเป็นหน่วยงานเดิมที่โจทก์เคยสังกัดมาก่อน และเพื่อความสะดวกในการเจรจาข้อเรียกร้อง การโยกย้ายครั้งนี้มิใช่เป็นการกลั่นแกล้ง เพราะจำเลยมีคำสั่งโยกย้ายพนักงานทั้งหมดเกือบ ๖๐๐ คน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่จำเลยมีคำสั่งโยกย้ายโจทก์ในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้องเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ข้อ ๓๑ พิพากษาให้เพิกคำสั่งของจำเลยที่ ๒๒๑/๒๕๒๘ ลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๘ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ดำรงตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ แผนกยานพาหนะและขนส่ง ซึ่งประจำทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๗ สหภาพแรงงานพนักงานการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งโจทก์เป็นสมาชิกและอนุกรรมการได้แจ้งข้อเรียกร้องต่อจำเลยและแต่งตั้งโจทก์เป็นที่ปรึกษา ต่อมาในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้อง จำเลยมีคำสั่งที่ ๒๒๑/๒๕๒๘ ลงวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๘ สั่งโยกย้ายโจทก์ไปดำรงตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ แผนกบริการและควบคุมยานพาหนะซึ่งต้องประจำทำงานที่กรุงเทพมหานคร มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีคำสั่งโยกย้ายโจทก์ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความในมาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งบัญญัติว่า "เมื่อได้มีการแจ้งข้อเรียกร้องตามมาตรา ๑๓ แล้ว ถ้าข้อเรียกร้องนั้นยังอยู่ในระหว่างการเจรจา ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานลูกจ้าง อนุกรรมการ หรือสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่....." นั้น เป็นบทคุ้มครองลูกจ้างในระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้องเพื่อป้องกันมิให้นายจ้างกลั่นแกล้งลูกจ้างด้วยการเลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานทั้งมีเจตนาที่จะให้ลูกจ้างใช้อำนาจในการเจรจาต่อรองข้อเรียกร้องได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องหวั่นเกรงว่าจะถูกเลิกจ้างหรือถูกโยกย้ายหน้าที่การงาน ในทำนองเดียวกัน พระราชบัญญัติดังกล่าวก็ได้ให้ความคุ้มครองแก่นายจ้าง โดยบัญญัติเป็นข้อยกเว้นไว้ในมาตรา ๓๑ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๔) ซึ่งกรณีที่ลูกจ้างกระทำผิดอันต้องด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดตามข้อยกเว้นดังกล่าว นายจ้างมีอำนาจเลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานลูกจ้างได้ตามที่เห็นสมควร การที่จำเลยปรับปรุงโครงสร้างงานใหม่และจำเป็นต้องโยกย้ายลูกจ้างซึ่งล้นงานไปประจำหน่วยงานอื่นไม่ใช่เหตุหนึ่งเหตุใดตามมาตรา ๓๑(๑) ถึง (๔) จำเลยไม่มีอำนาจโยกย้ายหน้าที่การงานโจทก์ การที่จำเลยมีคำสั่งโยกย้ายหน้าที่การงานโจทก์ เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง จำเลยจะอ้างพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งกำหนดให้จำเลยมีอำนาจที่จะปรับปรุงโครงสร้างงานใหม่หรือโยกย้ายหน้าที่การงานลูกจ้างได้มาเป็นเหตุลบล้างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ซึ่งตราขึ้นเพื่อคุ้มครองลูกจ้างหาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3822/2528 นายมนัส จาดทองคำ โจทก์ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมนัส จาดทองคำ · จำเลย - การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิฑูรย์ สุทธิประภา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2476/2544ฎีกา 3815/2529ฎีกา 2490/2526ฎีกา 1918-1919/2527ฎีกา 2222/2538ฎีกา 2392/2526ฎีกา 2967-2971/2523ฎีกา 7564/2544ฎีกา 1005/2526ฎีกา 3923/2528ฎีกา 2955/2526ฎีกา 2234/2528ฎีกา 289/2525ฎีกา 2607-2608/2527ฎีกา 2630/2531ฎีกา 899-910/2524ฎีกา 774-780/2524ฎีกา 6262/2541ฎีกา 1018/2525ฎีกา 10158/2539ฎีกา 5209/2537ฎีกา 10293/2546ฎีกา 739-740/2525ฎีกา 3211/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา