⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3888/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3888/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหน่วงเหนี่ยวกักขังและบังคับขู่เข็ญให้ผู้อื่นค้าประเวณี เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก และมาตรา 283 วรรคแรก

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3, ที่ 4 ร่วมกับพวกอีกหลายคนทำการหน่วงเหนี่ยวกักขัง และบังคับขู่เข็ญผู้เสียหายทั้งสี่ให้ค้าประเวณี ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 วรรคแรก กระทงหนึ่ง และผิดตาม มาตรา 283 วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.283 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า จำเลยทั้งเจ็ดกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีก ๓ คน ได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ก. จำเลยทั้งเจ็ดกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีก ๓ คน เพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นบังอาจสมคบกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป ชักพาไป เพื่อการอนาจารซึ่งนางน้อย ตังหงษ์ นางสาวอุทัย ยามโสภา นางสาวอารีวัลย์ วงศ์ดำ และนางนวลจันทร์ ปัตวงศ์ ผู้เสียหายโดยนายเสถียร หอมรส และนายบัญชา ศรีกาญจน์ พวกจำเลยที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ใช้อุบายหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานที่ร้านขายอาหารจังหวัดภูเก็ต แต่นายเสถียร หอมรส และนายบัญชา ศรีกาญจน์ กลับพาผู้เสียหายทั้งสี่มามอบแก่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ควบคุมตัวไว้ เพื่อให้ผู้เสียหายทั้งสี่รับจ้างค้าประเวณี โดยจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ร่วมกันขู่เข็ญ ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม ข่มขืนใจผู้เสียหายให้ร่วมประเวณีกับชายอื่นเพื่อสินจ้าง ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งเจ็ดกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมรับค่าจ้างร่วมประเวณีจากชายอื่นที่มาร่วมประเวณีกับนางน้อย ตังหงษ์ นางสาวอุทัย ยามโสภา นางสาวอารีวัลย์ วงศ์ดำ และนางนวลจันทร์ ปัตวงศ์ และ ข. จำเลยทั้งเจ็ดกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีก ๓ คน ได้หน่วงเหนี่ยว กักขัง นางน้อย ตังหงษ์นางสาวอุทัย ยามโสภา นางสาวอารีวัลย์ วงศ์ดำ และนางนวลจันทร์ ปัตวงศ์ ไว้ในห้องใส่กุญแจไว้ ทำให้พวกผู้เสียหายทั้งสี่ปราศจากเสรีภาพในร่างกายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐, ๒๘๓, ๒๘๔, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๐ และนับโทษจำเลยที่ ๓ ต่อจากโจทก์ในคดีอื่น จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคแรก, ๓๑๐ วรรคแรก, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๐ ลงโทษจำคุก นับโทษจำเลยที่ ๓ ต่อจากโทษในคดีอื่น จำเลยทั้งเจ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๖ ที่ ๗นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๖, ที่ ๗ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุตินั้นยังไม่เป็นความผิดตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ในปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุตินั้นเป็นความผิดตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ รวม ๒ กระทง แต่ละกระทงไม่เกิน ๕ ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ดังนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงตามคำพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ได้ร่วมกับพวกอีกหลายคนทำการหน่วงเหนี่ยวกักขังและบังคับขู่เข็ญผู้เสียหายทั้งสี่ให้ค้าประเวณี ดังนั้น การกระทำของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐ วรรคแรก กระทงหนึ่ง และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง ซึ่งบทมาตราดังกล่าวก็เป็นบทมาตราที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ตามบทมาตราดังกล่าวจึงเป็นการถูกต้องตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์และตรงตามตัวบทกฎหมายทุกประการแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3888/2528 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง โจทก์ นางละมูล สุขสวัสดิ์ กับพวกรวม 7 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง · จำเลย - นางละมูล สุขสวัสดิ์ กับพวกรวม 7 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เทพ ภักดีศุภผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายชีพ จุลมนต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 887/2518ฎีกา 3849/2533ฎีกา 1514/2532ฎีกา 222/2554ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 3859/2537ฎีกา 51/2517ฎีกา 7854/2549ฎีกา 312/2558ฎีกา 1974/2539ฎีกา 1817/2552ฎีกา 851/2487ฎีกา 1386/2521ฎีกา 8917/2546ฎีกา 1606/2479ฎีกา 2849-2850/2550ฎีกา 218/2483ฎีกา 891/2515ฎีกา 4904/2548ฎีกา 3560/2525ฎีกา 5131/2554ฎีกา 2444/2521ฎีกา 9046/2554ฎีกา 2495/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา