⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4683/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4683/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็น 2 กระทงแต่ละกระทงมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาว่า จำเลยไม่มีเจตนาทำร้าย และไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน กับฎีกาขอให้ลดโทษและขอรอการลงโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายสมบัติ เมืองสองสี โดยมีเจตนาฆ่าและนายสมบัติถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขณะเกิดเหตุสิบตำรวจโทสุวรรณ เครือทอง เจ้าพนักงานตำรวจจะเข้าจับกุมจำเลย จำเลยต่อสู้ขัดขวางโดยใช้มีดปลายแหลมแทงสิบตำรวจโทสุวรรณหลายครั้ง แต่แทงไม่ถูกเพราะสิบตำรวจโทสุวรรณหลบเสียทัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๐๘, ๒๘๙ (๒), ๓๗๑, ๘๐, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๔ ริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ จำคุก ๔ ปี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ และมาตรา ๒๙๖ ประกอบมาตรา ๘๐ อันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมาย ๒ บท แต่โทษเท่ากันทั้ง ๒ บท จึงลงโทษบทเดียวจำคุก ๑ ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ลงโทษปรับ๑๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับ ๕๐ บาท รวมจำคุก ๕ ปี และปรับ ๕๐ บาท ของกลางให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็น ๒ กระทง แต่ละกระทงมีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงเป็นคดีที่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ที่จำเลยฎีกาว่าขณะที่สิบตำรวจโทสุวรรณจะเข้าจับกุมจำเลย สิบตำรวจโทสุวรรณมิได้แต่งเครื่องแบบหรือแสดงตัวให้จำเลยทราบว่าเป็นตำรวจ จำเลยจึงแกว่งมีดเพื่อป้องกันตัว โดยจำเลยไม่มีเจตนาที่จะทำร้าย และไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการจับกุม และจำเลยฎีกาขอให้ลดโทษให้แก่จำเลย กับขอรอการลงโทษล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4683/2528 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นายสำราญ ชัยเพชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายสำราญ ชัยเพชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา