⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4815/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4815/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การชั้นสอบสวนของพยานที่สอดคล้องตรงกันและได้ให้การทันทีหลังเกิดเหตุ ถือเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความชั้นศาลที่ปฏิเสธข้อเท็จจริงเดิม และสามารถรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นเพื่อลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

คำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองสอดคล้องตรงกันและได้ให้การหลังเกิดเหตุทันทีโดยไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปรำผู้หนึ่งผู้ใด เชื่อว่าได้ให้การไปตามความจริงตามที่ได้รู้ได้เห็นโดยไม่มีเหตุจูงใจ หรือถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนจึงได้บันทึกและให้พยานลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน การที่พยานโจทก์ทั้งสองมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้เป็นคนแทงผู้ตายก็คงเพื่อช่วยเหลือจำเลยให้พ้นผิดเชื่อได้ว่าคำให้การชั้นสอบสวนของพยานทั้งสองเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความชั้นศาล ทั้งคำให้การพยานชั้นสอบสวนก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไม่ให้รับฟังประกอบเป็นข้อพิจารณาของศาลประการใด เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นตลอดจนพฤติการณ์แห่งคดี เช่น จำเลยนำสืบรับว่าก่อนเกิดเหตุได้มีเหตุวิวาทกับผู้ตาย ย่อมมีน้ำหนักมั่นคงฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.133 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 จำคุก 20 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2525 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา พลทหารสุนทรหรือต้อย ธนูศร ถูกแทงทำร้ายถึงแก่ความตาย มีบาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้อง ปัญหาในชั้นนี้มีว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายสมชาย เชือกย้อย และเด็กหญิงหนิง ศรีทองคำเป็นประจักษ์พยาน แต่ประจักษ์พยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความแตกต่างกับคำให้การในชั้นสอบสวนโดยนายสมชายเบิกความว่า นายทินหรือสุทินเป็นผู้เข้าคร่อมและแทงผู้ตายและมีนายอนุวัชหรือเจี๊ยบซึ่งหนีไปพร้อมกับจำเลยเป็นผู้เข้ามาผลักและชกต่อยซ้ำ แต่ในชั้นสอบสวนนายสมชายให้การยืนยันต่อร้อยตำรวจตรีอนุสรณ์ พันธโชติ พนักงานสอบสวนที่ออกไปที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุว่า ขณะเกิดเหตุเห็นจำเลยแทงผู้ตายด้วยมีดซึ่งถืออยู่ในมือถูกบริเวณราวนมข้างซ้าย 1 ครั้ง ปรากฏตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.1 และเมื่อพันตำรวจตรีสุรินทร์ ชัยพานิชพนักงานสอบสวนให้นายสมชายชี้ตัวผู้ต้องหาก็ปรากฏว่าชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องและยืนยันตามคำให้การเดิมทุกประการปรากฏตามบันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.2 และใบต่อคำให้การเพิ่มเติมของนายสมชาย เชือกย้อย แผ่นที่ 1 ท้ายเอกสารหมาย จ.1 ปรากฏว่าตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมชายตามเอกสารหมาย จ.1นายสมชายไม่ได้ให้การว่าจำเลยตีผู้ตายแต่อย่างใด ดังนั้น การที่นายสมชายเบิกความว่าตนได้ชี้จำเลยว่าเป็นคนตีไม่ใช่คนแทงผู้ตายนั้นจึงเป็นการบ่ายเบี่ยงไปอย่างขัดต่อเหตุผล ส่วนเด็กหญิงหนิงเบิกความว่าไม่เคยรู้จักจำเลย เห็นคนแทงผู้ตายไม่รู้จักคนแทง คนแทงผู้ตายมีคนเดียว แต่ตอบจำเลยถามค้านว่า พยานเห็นผู้ตายเอาเหล้าสาดหน้าจำเลยก่อนที่จำเลยใช้ขวดตีผู้ตาย และตอบโจทก์ถามติงว่าวันเกิดเหตุเห็นจำเลยอยู่ในร้านเหล้า เช่นนี้แสดงว่าเด็กหญิงหนิง ต้องรู้จักจำเลยจึงได้ทราบว่าคนที่ผู้ตายเอาเหล้าสาดหน้านั้นคือจำเลยและเห็นคนที่อยู่ในร้านเหล้าคือจำเลย ดังนี้คำเบิกความของเด็กหญิงหนิงย่อมขัดกันเองอยู่ในตัว ในชั้นสอบสวนเด็กหญิงหนิงให้การยืนยันต่อพันตำรวจตรีสุรินทร์ ชัยพานิช พนักงานสอบสวนว่าจำเลยเป็นคนใช้มีดแทงผู้ตาย ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.3 ต่อมาเมื่อพนักงานสอบสวนให้ชี้ตัวผู้ต้องหา เด็กหญิงหนิงก็ชี้ตัวจำเลยถูกต้องและขอยืนยันให้การตามเดิม ปรากฏตามบันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.4 และใบต่อคำให้การเพิ่มเติมของเด็กหญิงหนิง ศรีทองคำ แผ่นที่ 1 ท้ายเอกสารหมาย จ.3 เห็นว่าคำให้การในชั้นสอบสวนของนายสมชายและเด็กหญิงหนิงประจักษ์พยานโจทก์สอดคล้องตรงกันและได้ให้การภายหลังเกิดเหตุทันทีโดยไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปรำผู้หนึ่งผู้ใดเชื่อว่าได้ให้การไปตามความจริงตามที่ได้รู้ได้เห็นโดยไม่มีเหตุจูงใจหรือถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนจึงได้บันทึกและให้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน การที่ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้เป็นคนแทงผู้ตายก็คงเพื่อช่วยเหลือจำเลยให้พ้นผิด ศาลฎีกาเชื่อว่าคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมชาย และเด็กหญิงหนิงเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความชั้นศาลของพยานทั้งสอง และเห็นว่าคำให้การพยานชั้นสอบสวนไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไม่ให้รับฟังประกอบเป็นข้อพิจารณาของศาลประการใด เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นตลอดจนพฤติการณ์แห่งคดี เช่น จำเลยเองนำสืบรับว่าก่อนเกิดเหตุพวกจำเลยกับพวกผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกันจนถึงกับผู้ตายเอาเหล้าสาดหน้าจำเลย และจำเลยใช้ขวดตีผู้ตายแล้ว เห็นว่าพยานโจทก์มีน้ำหนักและหลักฐานมั่นคง คดีฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตายจริง พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4815/2528 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายฮูเซ็น หรือเซ็น หรือสมชาย ปิลยะเซาะ หรือ จำเลย มิลยะเซาะ หรือมิลยาเซาะห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายฮูเซ็น หรือเซ็น หรือสมชาย ปิลยะเซาะ หรือ · จำเลย - มิลยะเซาะ หรือมิลยาเซาะห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1148/2534ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2936/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 15230/2555ฎีกา 3361/2536ฎีกา 674/2549ฎีกา 2724/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา