คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้โดยการยึดและขายทอดตลาดไปแล้ว ย่อมถือว่าการขอให้ยึดทรัพย์สินนั้นไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาเป็นการยกเลิกไปในตัว และเจ้าหนี้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการยึดทรัพย์สินนั้นอีก
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นยึดที่ดินของจำเลยที่ 1 ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาแล้วต่อมาศาลแพ่งได้ยึดที่ดินแปลงดังกล่าวตามคำขอของโจทก์ในคดีของศาลแพ่ง และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งนั้น เป็นเรื่องที่โจทก์ในคดีของศาลแพ่งใช้สิทธิที่เหนือกว่าในฐานเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงดังกล่าวไปก่อน และถือได้ว่าการยึดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ชั่วคราวตามคำขอของโจทก์เป็นอันยกเลิกไปในตัว เพราะเป็นการพ้นวิสัยที่โจทก์จะบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงนั้นต่อไปได้ ทั้งโจทก์ในคดีของศาลแพ่งก็ย่อมต้องเสียค่าธรรมเนียมขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่แล้ว โจทก์คดีนี้จึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายสำหรับที่ดินแปลงเดียวกันนี้อีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นยึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา ต่อมาศาลแพ่งได้ยึดที่ดินแปลงดังกล่าวตามคำขอของโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่ง และเจ้าพนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๙ ได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปแล้วตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งจากนั้นหัวหน้าสำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๙ ได้มีหนังสือถึงศาลชั้นต้นความว่า โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายร้อยละ ๓ ครึ่งของราคาทรัพย์ที่ประเมินไว้ คิดเป็นค่าธรรมเนียมประมาณ ๓๐,๑๓๕ บาท ขอให้ศาลชั้นต้นระงับการจ่ายเงินประกันความเสียหายที่โจทก์วางไว้ต่อศาล จนกว่าโจทก์จะชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วน ศาลชั้นต้นแจ้งให้โจทก์ทราบและให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย
โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายจากโจทก์เป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลชั้นต้นคืนเงินประกันจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทที่โจทก์วางไว้ต่อศาล
ศาลชั้นต้นสั่งว่า แม้โจทก์จะมิได้ประโยชน์จากการยึดทรัพย์ชั่วคราว โจทก์ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นยึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ตามตราจองเลข ๑๐๓ โฉนดที่ ๙๒ ไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษา แล้วต่อมาศาลแพ่งได้ยึดที่ดินแปลงดังกล่าวตามคำขอของโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่ง และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปตามหมายบังคับคดีของศาลแพ่งนั้นเป็นเรื่องที่โจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่งใช้สิทธิที่เหนือกว่าในฐานเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงดังกล่าวไปก่อน และถือได้ว่าการยึดที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ชั่วคราวตามคำขอของโจทก์เป็นอันยกเลิกไปในตัว เพราะเป็นการพ้นวิสัยที่โจทก์จะบังคับคดีเอาแก่ที่ดินแปลงดังกล่าวต่อไปได้ ทั้งโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ ๙๑๐๓/๒๕๒๕ ของศาลแพ่ง ก็ย่อมต้องเสียค่าธรรมเนียมขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่แล้ว ไม่ชอบที่โจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายสำหรับที่ดินแปลงเดียวกันนี้อีก คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๑/๒๕๒๕ ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับเป็นว่า โจทก์ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายตามตาราง ๕ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้ศาลชั้นต้นคืนเงินประกันจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทที่โจทก์วางไว้ต่อศาลแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2529
นางซินโว้ย แซ่เกียง ฯ โจทก์
บริษัทหาดใหญ่ทักษิณา จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางซินโว้ย แซ่เกียง ฯ · จำเลย - บริษัทหาดใหญ่ทักษิณา จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · มาโนช เพียรสนอง · ดำรง สายเชื้อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา