⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2453/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนบริษัทโดยกรรมการบริษัท ถือเป็นการกระทำของบริษัท และอำนาจนั้นไม่ระงับไปแม้กรรมการจะพ้นจากตำแหน่ง 2. การเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากภาวะขาดทุนและมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่สมเหตุผล ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

ย่อคำพิพากษา

การที่ อ. กับ จ. กรรมการบริษัทจำเลยลงชื่อมอบอำนาจให้ ถ.ดำเนินคดีแทนบริษัทจำเลย เป็นการกระทำในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยจึงเป็นการกระทำของบริษัทจำเลย แม้ต่อมา อ. จะพ้นจากการเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยไป หนังสือมอบอำนาจฉบับนั้นก็หาระงับไปไม่ ถ. จึงยังมีอำนาจที่จะมอบอำนาจให้ ส. ต่อสู้คดีแทนจำเลยโดยทำคำให้การยื่นต่อศาลได้ จำเลยประสบภาวะการขาดทุนมาก มีความจำเป็นเพียงพอต้องเลิกจ้างลูกจ้าง และจำเลยได้ใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่าจะเลิกจ้างผู้ใดก่อนอย่างสมเหตุผล การที่โจทก์เป็นผู้ต้องถูกเลิกจ้างเพราะลากิจ ลาป่วยและมาทำงานสายมากจะถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างบางคนมิได้ เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาได้เลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุว่า จำเลยประสบภาวะขาดทุน จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานลง ความจริงจำเลยมิได้ขาดทุน แต่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากสามีของโจทก์มีบทบาทในขบวนการแรงงาน เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเงินโบนัสประจำปี ๒๕๒๗ หรือรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ ค่าจ้างและสภาพการจ้างเดิม จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องมาจากจำเลยประสมกับวิกฤติการณ์ผลผลิตของจำเลยไม่อาจจำหน่ายได้ตามเป้าหมาย จำเลยขาดทุนถึง ๔ ปีติดต่อกัน และมีแนวโน้มที่จะขาดทุนต่อไปก่อนที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์นั้นจำเลยเปิดโอกาสให้ลูกจ้างลาออกจากงานเพื่อไปประกอบอาชีพอื่น โดยยินดีจ่ายเงินช่วยเหลือไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยหากจำนวนพนักงานที่สมัครใจลาออกไม่ครบตามจำนวนโครงการที่จำเลยวางไว้ จำเลยจะพิจารณาจากลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานสาย ขาดงาน ลากิจและลาป่วยเป็นเกณฑ์ในการเลิกจ้างจนกว่าจะครบจำนวน ปรากฏว่าโจทก์ลากิจมากลาป่วยโดยอ้างอาการป่วยเอง มาทำงานสายบ่อยและขาดงานโดยมิได้ยื่นใบลาให้ถูกต้อง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายตามฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่านายเสถียร ครุธศรัทธา เป็นผู้ยื่นคำให้การแทนจำเลยตามหนังสือมอบอำนาจของนายถง เหลียนเชียน ผู้จัดการโรงงานลงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ โดยนางถง เหลียนเชียน ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยตามหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ ซึ่งนายอีวาโอะ ชิโนดา และนายจินดา วงศ์จริงตรง กรรมการบริษัทจำเลยในขณะนั้นเป็นผู้ลงชื่อแต่ปรากฏว่าขณะนายถง เหลียนเชียน ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายเสถียร ครุธศรัทธา ต่อสู้คดีนี้นั้น นายอีวาโอะ ชิโนดา ได้พ้นจากการเป็นกรรมการของจำเลยไปแล้วนายถง เหลียนเชียน จึงไม่มีอำนาจที่จะมอบอำนาจแก่นายเสถียร ครุธศรัทธากระบวนพิจารณาที่นายเสถียร ครุธศรัทธา ดำเนินมาในคดีนี้จึงเสียไปศาลแรงงานกลางนำพยานหลักฐานของจำเลยมาเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์มิได้พิเคราะห์แล้ว การที่นายอีวาโอะ ชิโนดา และนายจินดา วงศ์จริงตรง ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ เป็นการกระทำในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลย จึงเป็นการกระทำของบริษัทจำเลย แม้ต่อมานายอีวาโอะ ชิโนดาจะพ้นจากการเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยไป หนังสือมอบอำนาจฉบับนั้นก็หาระงับไปไม่ นายถง เหลียนเชียนจึงยังมีอำนาจที่จะมอบอำนาจให้นายเสถียร ครุธศรัทธา ต่อสู้คดีนี้แทนจำเลยได้ โจทก์อุทธรณ์ต่อไปว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ ย่อมเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยขาดทุนจนกระทั่งไม่สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ และจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างบางคน จึงไม่เป็นธรรม พิเคราะห์แล้วได้ความว่า จำเลยขาดทุนติดต่อกันมา ๓ ปีเป็นเงินห้าร้อยล้านบาทเศษทำให้ต้องลดจำนวนลูกจ้างลง ๒๕๐ คน จำเลยประกาศชักชวนให้ลูกจ้างลาออกโดยจำเลยจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้ไม่น้อยกว่าค่าชดเชย ลูกจ้างลาออกประมาณ ๑๐๐ คน ไม่ครบจำนวน จำเลยจึงต้องเลิกจ้างลูกจ้างต่อไป จำเลยพิจารณาลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานสาย ขาดงาน ลากิจ ลาป่วยมากในรอบปี๒๕๒๖ และลูกจ้างที่มีผลงานอยู่ในระดับต่ำ เป็นเกณฑ์เลิกจ้างก่อนจนกว่าจะครบจำนวน โจทก์เป็นผู้ลากิจลาป่วยและมาทำงานสายมาก ดังนี้เห็นว่า จำเลยขาดทุนมาก มีความจำเป็นเพียงพอต้องเลิกจ้างลูกจ้าง และจำเลยได้ใช้หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกว่าจะเลิกจ้างผู้ใดก่อนอย่างสมเหตุผล การที่โจทก์เป็นผู้ต้องถูกเลิกจ้างจะถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างบางคนมิได้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2453/2529 นางอรุณี เจริญเผ่า ฯ โจทก์ บริษัทลัคกี้เทคซ์ (ไทย) จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรุณี เจริญเผ่า ฯ · จำเลย - บริษัทลัคกี้เทคซ์ (ไทย) จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2572/2541ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 859/2527ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6252/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2911/2524ฎีกา 3160/2545ฎีกา 119/2532ฎีกา 1906/2519ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา