⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3337/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3337/2529

ป.พ.พ. ม.391, 572

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชำระค่าเช่าซื้อจนครบตามสัญญา แม้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อจะสูญหายไปก็ตาม หากสัญญาเช่าซื้อกำหนดเช่นนั้นไว้

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาเช่าซื้อจำเลยที่ 1 ต้องชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ให้โจทก์ 208,272 บาท และในสัญญาระบุว่า ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรภัย สูญหายไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัย หรือโดยเหตุใด ๆ ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดฝ่ายเดียว และยอมชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาจนครบ โจทก์ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยตามจำนวน 170,000 บาท แม้จะเกินจำนวนเงินที่โจทก์จ่ายให้บริษัทที่โจทก์ซื้อรถยนต์มาให้จำเลยที่ 1 เช่าซื้อต่อแต่ก็ยังไม่ครบจำนวนตามสัญญษเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกเงินที่ยังขาดอยู่จากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์แลนเซอร์ หมายเลขทะเบียน ๕ ง - ๒๔๒๘ ไปจากโจทก์ เป็นเงิน ๒๐๘,๒๗๒ บาท จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรกตลอดมา ปรากฏว่ารถยนต์สูญหายไป ผู้รับประกันภัยได้ชดใช้เงินให้โจทก์ ๑๗๐,๐๐๐ บาท เมื่อหักค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระคงขาดอยู่อีก ๓๘,๒๗๒ บาท ขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้ค่าเสียหายจำนวน ๓๘,๒๗๒ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า รถยนต์สูญหายไปก่อนถึงกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวดแรก จำเลยที่ ๑ บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว รถยนต์อันเป็นวัตถุแห่งสัญญาสูญหายไปโดยมิใช่ความผิดของจำเลยที่ ๑ สัญญาเช่าซื้อจึงระงับไป จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทสิทธิผลมอเตอร์ จำกัด ในวงเงิน ๒๒๔,๐๐๐ บาท ชำระเงินไป ๖๐,๐๐๐ บาทที่เหลือ บริษัท ฯ ให้จำเลยที่ ๑ ผ่อนชำระกับโจทก์แทน โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ทำประกันภัยรถยนต์ในวงเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท สูงกว่าราคาค้างชำระ ๖,๐๐๐ บาท โจทก์ได้รับชดใช้เงินจากบริษัทประกันภัยเกินราคารถยนต์ หรือความเสียหายที่โจทก์ได้รับจริง โจทก์จึงไม่เสียหาย ไม่มีสิทธิฟ้องให้ชดใช้ค่าเช่าซื้อหรือค่าเสียหายใด ๆ ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน ๓๘,๒๗๒ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ ต้องชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ ๒๐๘,๒๗๒ บาท ในสัญญาข้อ ๖ ระบุว่า ถ้าทรัพย์สินที่เช่าซื้อถูกโจรภัย สูญหาย ไม่ว่าโดยเหตุสุดวิสัยหรือโดยเหตุใด ๆ ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดฝ่ายเดียวและยอมชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาจนครบ เมื่อโจทก์ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท แม้จะเกินจำนวนเงินที่โจทก์จ่ายให้บริษัทสิทธิผลมอเตอร์ จำกัด แต่ก็ยังไม่ครบจำนวนตามสัญญาเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ทำไว้กับโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกเงินที่ยังขาดอยู่จากจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3337/2529 บริษัทสยามเครดิต จำกัด โจทก์ นายสมฤทธิ์ สุริยบูรพกูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามเครดิต จำกัด · จำเลย - นายสมฤทธิ์ สุริยบูรพกูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอนุกิจ สิงหโชติสุขแพทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1083/2540ฎีกา 4873/2528ฎีกา 5434/2536ฎีกา 8021/2549ฎีกา 615/2531ฎีกา 991/2548ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 478/2501ฎีกา 601/2537ฎีกา 5553/2537ฎีกา 1928/2531ฎีกา 3827/2542ฎีกา 19/2523ฎีกา 1060/2543ฎีกา 1516/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา