คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3743/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับกุมโดยไม่มีหมายจับและไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า ย่อมเป็นการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการต่อสู้ขัดขวางการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ไม่มีผลเป็นความผิดอาญา
ย่อคำพิพากษา
การที่เจ้าพนักงานค้นพบของกลางที่บริเวณบ้านจำเลยได้แก่ภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตสอบถามแล้วจำเลยรับว่าของกลางเป็นของตนไม่ใช่ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเห็นจำเลยกำลังกระทำหรือพบในอาการซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่ากระทำความผิดมาแล้วสดๆจึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับจำเลยได้โดยไม่มีหมายจับเมื่อเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจแม้จำเลยจะต่อสู้ขัดขวางการจับกุมก็ไม่มีความผิด.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีภาชนะหรือเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30 พระราชบัญญัติสุรา ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2497มาตรา 4 ลงโทษจำคุกสามเดือนปรับสองพันบาทฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 ลงโทษจำคุกหกเดือนปรับสามพันบาท รวมโทษจำคุกเก้าเดือน ปรับห้าพันบาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานมีภาชนะเครื่องกลั่นสำหรับสุราไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานนั้นศาลฎีกาวินิจฉัย "ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายตรวจนสรรพสามิตและเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยมาโดยไม่มีหมายจับ ข้อที่โจทก์ฎีกว่า จำเลยกระทำความผิดซึ่งหน้าเจ้าพนักงานจึงจับจำเลยได้โดยไม่ต้องมีหมายจับนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดซึ่งหน้าได้แก่ความผิดซึ่งเห็นกำลับกระทำ หรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสด ๆ เว้นแต่ความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามมาตรา 80 วรรคสอง (1)(2) การที่เจ้าพนักงานค้นพบของกลางที่บริเวณบ้านจำเลยและสอบถามแล้วจำเลยรับว่าของกลางเป็นของตน ไม่ใช่ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเห็นจำเลยกำลังกระทำหรือพบในอาการซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าจำเลยกระทำผิดมาแล้วสด ๆจึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับจำเลยได้โดยไม่มีหมายจับ เมื่อเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจแม้จำเลยจะต่อสู้ขัดขวางการจับกุมก็ไม่มีความผิดฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 5, 30 พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2497มาตรา 4 ลงโทษจำคุกสามเดือนปรับสองพันบาทให้รอการลงโทษจำคุกไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี ของกลางริบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3743/2529
พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ โจทก์
นาย บุญสอน ประมาพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ · จำเลย - นาย บุญสอน ประมาพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ