⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4676/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4676/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลชั้นต้นมีอำนาจออกคำบังคับได้เองตามกฎหมาย แม้โจทก์มิได้แถลงขอให้ศาลออกคำบังคับ และข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดในคดีถึงที่สุดแล้ว จะไม่สามารถนำมาอ้างเป็นเหตุขอให้รื้อฟื้นคดีเพื่อพิจารณาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีอำนาจออกคำบังคับได้เองตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272 แม้โจทก์มิได้แถลงขอให้ออกคำบังคับ ในชั้นบังคับคดี จำเลยขอให้งดการบังคับคดี อ้างว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์นำยึดทรัพย์นั้น โจทก์จำเลยได้ตกลงหักกลบลบหนี้กันแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิยึดทรัพย์จำเลย แต่ปรากฏว่าในชั้นพิจารณาคดีนี้ศาลฎีกาได้พิพากษาไว้แล้วว่าพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบไม่พอฟังว่าโจทก์จำเลยตกลงหักกลบลบหนี้กันแล้ว ดังนี้ แม้จำเลยจะอ้างว่า จำเลยค้นหาเอกสารการหักกลบลบหนี้มาเป็นพยานได้คดีก็ไม่อาจรื้อฟื้นปัญหาซึ่งยุติถึงที่สุดแล้วขึ้นมาพิจารณาซ้ำอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงยึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยได้ยื่นคำร้องว่าโจทก์จำเลยตกลงหักกลบลบหนี้กันจนหมดสิ้นแล้ว ขอให้งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว ในชั้นที่สุดศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาว่า พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบยังฟังไม่ได้ว่าหนี้ตามคำพิพากษาได้มีการหักกลบลบหนี้กันแล้ว จึงให้ยกคำร้องของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีต่อไป ระหว่างศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีจำเลยยื่นคำร้องว่า การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยเป็นการข้ามขั้นตอนของกฎหมายเป็นการยึดทรัพย์โดยมิชอบ และจำเลยค้นพบเอกสารซึ่งเป็นหลักฐานการหักกลบลบหนี้แล้ว ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิยึดทรัพย์ของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้สำนวนเดิมสูญหาย แต่หลักฐานฟังได้ว่ามีการส่งคำบังคับให้จำเลยโดยชอบ ส่วนประเด็นเรื่องการหักกลบลบหนี้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว จะยกขึ้นมาว่ากล่าวอีกไม่ได้ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์มิได้แถลงขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นก็ออกคำบังคับได้เองอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๒ ทั้งหลักฐานในสำนวนแสดงว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จึงยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ได้ และในประเด็นเรื่องหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จำเลยตกลงหักกลบลบหนี้กันหมดสิ้นแล้วหรือไม่ ศาลฎีกาได้พิพากษามาแล้วว่า พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบไม่พอฟังว่าโจทก์จำเลยตกลงหักกลบลบหนี้กันแล้ว แม้จำเลยจะค้นหาเอกสารการหักกลบลบหนี้มาเป็นพยานได้ ก็ไม่อาจรื้อฟื้นปัญหาซึ่งยุติถึงที่สุดแล้วขึ้นมาพิจารณาซ้ำอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4676/2529 นายอำนวย กุนธร โจทก์ นางสาวอมรศรี กุนธร ผู้จัดการมรดกของโจทก์ ผู้ร้อง นายพล ผดุงรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอำนวย กุนธร · ผู้ร้อง - นางสาวอมรศรี กุนธร ผู้จัดการมรดกของโจทก์ · จำเลย - นายพล ผดุงรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจิตต์ เอกัตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 356/2530ฎีกา 5640/2542ฎีกา 812/2534ฎีกา 6828/2537ฎีกา 686/2546ฎีกา 2701/2537ฎีกา 171/2513ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1767/2536ฎีกา 1652/2534ฎีกา 3413/2541ฎีกา 363/2518ฎีกา 559-561/2532ฎีกา 1182/2491ฎีกา 39/2530ฎีกา 4651/2551ฎีกา 403/2530ฎีกา 1499/2551ฎีกา 187/2516ฎีกา 1485/2547ฎีกา 39/2524ฎีกา 3794/2536ฎีกา 1323/2530ฎีกา 261/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา