⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 590/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์ซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของผู้เช่า มีสิทธิขอคืนรถยนต์ของกลางที่ถูกศาลสั่งริบได้ แม้สัญญาเช่าซื้อจะมีข้อตกลงให้ผู้เช่าชดใช้ราคาค่าเช่าซื้อที่เหลือทั้งหมดหากรถถูกยึดหรือตกเป็นของรัฐก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางได้ให้ช.เช่าซื้อไปในระหว่างสัญญาเช่าซื้อจำเลยนำรถยนต์ดังกล่าวไปใช้บรรทุกแร่จนมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและศาลสั่งริบรถยนต์บรรทุกของกลางเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนรถยนต์ของกลางได้แม้สัญญาเช่าซื้อมีข้อกำหนดว่าถ้ารถถูกยึดหรือตกเป็นของรัฐผู้เช่ายินยอมชดใช้ราคาค่าเช่าซื้อที่เหลือทั้งหมดให้เจ้าของทันทีก็เป็นเพียงข้อตกลงให้ผู้ร้องได้ค่าเช่าซื้อโดยครบถ้วนเท่านั้นไม่มีผลเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลาง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์บรรทุกของกลางบรรทุกแร่เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและริบของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางที่ถูกศาลริบ และไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางที่ถูกริบศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามสัญญาเช่าซื้อฯ ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ร้องเป็นงวด ๆ ละเดือนเป็นเวลา 30 งวดฯ ชำระงวดแรกวันที่ 10 มีนาคม 2527 งวดสุดท้ายจึงเป็นภายในวันที่ 10 มีนาคม2529 จำเลยนำรถยนต์ของกลางไปกระทำความผิดเมื่อวันที่ 9 และ 10พฤษภาคม 2527 จึงเป็นระยะเวลาอยู่ระหว่างสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวผู้ร้องยังเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลาง ที่โจทก์ฎีกาว่าสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 7 ระบุว่า ถ้ารถถูกยึดหรือตกเป็นของรัฐ ผู้เช่ายินยอมชดใช้ราคาค่าเช่าซื้อที่เหลือทั้งหมดให้เจ้าของทันที่ มีผลเท่ากับผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์ของกลางนั้น เห็นว่าข้อสัญญาดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงเพื่อให้ผู้ร้องได้ค่าเช่าซื้อโดยครบถ้วนเท่านั้น หามีผลเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางแต่อย่างใดไม่การที่จำเลยนำรถยนต์ของกลางไปบรรทุกแร่จนมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้กระทำการใดเพื่อประโยชน์แก่จำเลยเชื่อได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอคืนรถยนต์ของกลางได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2529 พนักงานอัยการ ประจำ ศาลแขวง พระนครศรีอยุธยา โจทก์ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัด ผู้ร้อง นาย ไพฑูรย์ บุญกลิ่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำ ศาลแขวง พระนครศรีอยุธยา · ผู้ร้อง - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์บางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัด · จำเลย - นาย ไพฑูรย์ บุญกลิ่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ผลฉาย · ประการ กาญจนศูนย์ · พลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มาสำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 816/2504ฎีกา 467/2518ฎีกา 3492/2547ฎีกา 2677/2547ฎีกา 943/2520ฎีกา 604/2535ฎีกา 1736-1737/2503ฎีกา 12315/2558ฎีกา 5184/2554ฎีกา 1673/2512ฎีกา 368/2535ฎีกา 2767/2523ฎีกา 2996/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1411/2513ฎีกา 2763/2551ฎีกา 58/2530ฎีกา 353/2535ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 651/2507ฎีกา 665/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ