⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 368/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้คืนของกลางที่ศาลสั่งริบตาม ป.อ. มาตรา 36 เป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา ผู้ร้องมีหน้าที่นำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อแสดงว่าตนเป็นเจ้าของและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด.

ย่อคำพิพากษา

การขอให้คืนของกลางที่ศาลสั่งริบตาม ป.อ. มาตรา 36 นั้นเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา จึงเป็นหน้าที่ของผู้ร้องที่ต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบ แสดงให้ศาลเห็นว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย เมื่อผู้ร้องแถลงไม่สืบพยานจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันพยายามวิ่งราวทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการกระทำผิดพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 336 ทวิ, 83, 80 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 1 ปี ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า รถจักรยานยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบนั้น ผู้ร้องเป็นเจ้าของและมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้คืนแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางและมีสิทธิขอคืนได้หรือไม่ เห็นว่า การขอให้ศาลสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 นั้นเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญาเมื่อผู้ร้องอ้างว่าของกลางที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ก็เป็นหน้าที่ของผู้ร้องที่จะต้องนำสืบให้ได้ความตามที่กล่าวอ้าง คดีนี้แม้จะฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องก็ยังมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย การที่ผู้ร้องแถลงไม่สืบพยานจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี โจทก์ นาย ไม ตรี เครือ หมื่น ผู้ร้อง นาย วราห์ หอม สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ชลบุรี · ผู้ร้อง - นาย ไม ตรี เครือ หมื่น · จำเลย - นาย วราห์ หอม สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 996/2497ฎีกา 651/2507ฎีกา 665/2531ฎีกา 2903/2536ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 848/2545ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1567/2513ฎีกา 2292/2540ฎีกา 3555/2547ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535ฎีกา 2384/2566ฎีกา 7490/2540ฎีกา 8844/2543ฎีกา 3067/2530ฎีกา 170-171/2466ฎีกา 3259/2527ฎีกา 2618/2534ฎีกา 365/2534ฎีกา 1733/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ