⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 807/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เอกสารที่แสดงการรับเงินโดยไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่าผู้รับเป็นหนี้ผู้ให้ จะนำสืบพยานบุคคลเพื่ออ้างว่าเป็นหนี้เงินกู้ไม่ได้ เพราะเป็นการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินไม่จำเป็นต้องระบุชัดแจ้งว่าเป็นหนี้เงินกู้ แต่ก็ต้องมีข้อความแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีหนี้สินอันจะพึงต้องชำระให้แก่โจทก์ จึงจะนำสืบพยานบุคคลเพื่ออธิบายว่าหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นเป็นหนี้อันเกิดจากนิติสัมพันธ์ในเรื่องกู้ยืมเงินได้ เอกสารที่โจทก์อ้างในคดีมีข้อความเพียงว่า จำเลยได้รับเงิน 2 ครั้ง ครั้งแรกรับมา 72,190 บาท ครั้งที่สองรับมาอีก 1,000 บาท และจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับเงินทั้งสองจำนวนไว้ด้วยเท่านั้น ไม่ได้ความว่า โจทก์เป็นผู้จ่ายเงินและจำเลยจะต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ อันมีลักษณะที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์หรือมีหนี้จะต้องชำระแก่โจทก์แต่อย่างใด การที่โจทก์จะสืบพยานบุคคลประกอบว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินและจำเลยได้รับเงินไปตามเอกสารข้างต้นก็ทำไม่ได้ เพราะเป็นการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังกล่าว ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เอกสารนั้นจึงไม่ใช่หลักฐานการกู้ยืมเงินที่จะใช้ฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ ๗๓,๑๙๐ บาท ตามภาพถ่ายหลักฐานการกู้ยืมท้ายฟ้อง จำเลยไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์เลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เอกสารที่โจทก์อ้างส่งเป็นหลักฐานการกู้ยืมนั้น ไม่ใช่หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินที่โจทก์จะนำมาฟ้องร้องบังคับคดีได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินไม่จำเป็นต้องระบุชัดแจ้งว่าเป็นหนี้เงินกู้ แต่ก็ต้องมีข้อความแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีหนี้สินอันจะพึงต้องชำระให้แก่โจทก์ จึงจะนำสืบพยานบุคคลเพื่ออธิบายว่าหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นเป็นหนี้อันเกิดจากนิติสัมพันธ์ในเรื่องกู้ยืมเงินได้ คดีนี้โจทก์อ้างส่งเอกสารหมาย จ. ๑ ซึ่งมีข้อความเพียงว่า จำเลยได้รับเงิน ๒ ครั้ง ครั้งแรกรับมา ๗๒,๑๙๐ บาท ครั้งที่สองรับมาอีก ๑,๐๐๐ บาท และจำเลยได้ลงลายมือชื่อรับเงินทั้งสองจำนวนไว้ด้วยเท่านั้น ไม่ได้ความว่า โจทก์เป็นผู้จ่ายเงินและจำเลยจะต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ อันมีลักษณะที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์หรือมีหนี้จะต้องชำระแก่โจทก์แต่อย่างใด การที่โจทก์จะสืบพยานบุคคลประกอบว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินและจำเลยได้รับเงินไปตามเอกสาร หมาย จ. ๑ ก็ทำไม่ได้เพราะเป็นการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารดังกล่าวซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ เอกสารหมาย จ. ๑ จึงไม่ใช่หลักฐานการกู้ยืมเงินที่จะใช้ฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ ศาลล่างพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2529 นายสมพงษ์ ขันตี โจทก์ นายเปลว บุญจันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมพงษ์ ขันตี · จำเลย - นายเปลว บุญจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายบุญสม เจริญจิตต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ชัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา