⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1353/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ร้องนำสืบว่าตนได้รับหนังสือทวงหนี้ล่าช้ากว่าวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น จะฟังได้ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานน่าเชื่อถือสนับสนุน แต่หากไม่มีพยานหลักฐานดังกล่าว ก็ต้องถือว่าผู้ร้องได้รับทราบหนังสือทวงหนี้ตั้งแต่วันที่ส่งโดยชอบด้วยกฎหมาย และการตอบปฏิเสธหนี้เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ย่อมทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจยกคำร้องปฏิเสธหนี้นั้นเสียได้

ย่อคำพิพากษา

แม้จะถือว่าหนังสือทวงหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีการส่งโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 76 ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2524 แล้วก็ตาม ก็ยังถือเป็นเด็ดขาดไม่ได้ว่าผู้ร้องได้รับในวันที่ส่งนั้น ผู้ร้องอาจนำสืบความจริงว่าตนได้รับเมื่อใด เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่าตนได้ตอบปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดได้ แต่เมื่อข้อนำสืบของผู้ร้องฟังไม่ได้ก็ต้องถือว่าผู้ร้องได้รับทราบหนังสือทวงหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วตั้งแต่วันที่ 11 ฤษภาคม 2524 ผู้ร้องตอบปฏิเสธหนี้เกินกำหนด 14 วันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 119 ชอบที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะยกคำร้องของผู้ร้องที่ปฏิเสธหนี้ดังกล่าวเสีย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือถึงผู้ร้องแจ้งให้ชำระหนี้ค่าหุ้นที่ผู้ร้องค้างชำระบริษัทจำเลยซึ่งถูกศาลชั้นต้นสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำนวน ๗๕,๐๐๐ บาท พนักงานเดินหมาย กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรมได้นำหนังสือดังกล่าวไปส่งที่ภูมิลำเนาของผู้ร้อง และมีผู้รับหนังสือนั้นไว้แทนผู้ร้องเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔' ต่อมาวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ ผู้ร้องมอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า เพิ่งทราบเรื่องเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๔ ขอปฏิเสธหนี้ดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าผู้ร้องไม่ได้ปฏิเสธหนี้ภายในกำหนด ๑๔ วัน นับแต่วันรับหนังสือทวงหนี้จึงยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องโต้แย้งคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อศาลชั้นต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้ปฏิเสธหนี้ภายในกำหนดเวลา ถือว่าเป็นหนี้กองทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นการเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การส่งหนังสือทวงหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ชอบ พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รับคำร้องของผู้ร้องไว้สอบสวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีได้ความในเบื้องต้นว่า หนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ แจ้งให้ผู้ร้องชำระหนี้หรือปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้น พนักงานเดินหมายกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ได้ไปส่งที่บ้านเลขที่๑๖๕/๔๗ ซอยเกียรติคุณ ถนนเพชรบุรี แขวงทุ่งพญาไท เขตพญาไทกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นภูมิลำเนาของผู้ร้องไม่พบตัวผู้ร้อง นายสมศักดิ์เป็นผู้รับไว้แทนเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ ผู้ร้องได้มีหนังสือลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ ถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตอบปฏิเสธหนี้ ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถือว่าพ้นกำหนดเวลาปฏิเสธหนี้แล้ว มีปัญหาว่าผู้ร้องได้รับหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ เมื่อใด เพราะแม้จะถือว่าหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวได้มีการส่งโดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๗๖ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ แล้วก็ตาม ก็ยังถือเป็นเด็ดขาดไม่ได้ว่าผู้ร้องได้รับในวันที่ส่งนั้นผู้ร้องอาจนำสืบความจริงว่าตนได้รับเมื่อใด เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่า ตนได้ตอบปฏิเสธหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด จะถือว่าผู้ร้องไม่ได้ปฏิเสธหนี้ภายในกำหนด เพราะเหตุที่ว่าได้ส่งหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปยังภูมิลำเนาของผู้ร้องแต่ประการเดียวหาได้ไม่ แต่อย่างไรก็ดีปรากฏข้อเท็จจริงว่า ข้อนำสืบของผู้ร้องขัดกัน และแตกต่างไปจากข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องกล่าวอ้างมาในคำร้อง ข้ออ้างของผู้ร้องที่ยกขึ้นโต้แย้งคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงไม่อาจรับฟังได้ข้อเท็จจริงต้องถือว่า ผู้ร้องได้รับทราบหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลงวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ คำตอบปฏิเสธหนี้ของผู้ร้องจึงเกินกำหนด ๑๔ วันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๙ ชอบที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะยกคำร้องของผู้ร้องที่ปฏิเสธหนี้ดังกล่าว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2530 บริษัทเวิลด์เอ็กซ์เปรส จำกัด โจทก์ นางสมศรี ลัทธพิพัฒน์ ผู้ร้อง บริษัทเบสท์โปรดักส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเวิลด์เอ็กซ์เปรส จำกัด · ผู้ร้อง - นางสมศรี ลัทธพิพัฒน์ · จำเลย - บริษัทเบสท์โปรดักส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจิระ บุญพจนสุนทร · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส อุดมวรชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 258/2525ฎีกา 2884/2541ฎีกา 12445/2547ฎีกา 3913/2531ฎีกา 57/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 568/2531ฎีกา 7966/2544ฎีกา 848/2534ฎีกา 3885/2536ฎีกา 2838/2539ฎีกา 3235/2516ฎีกา 3957/2534ฎีกา 7270/2547ฎีกา 773/2532ฎีกา 28/2548ฎีกา 1669/2517ฎีกา 2499/2538ฎีกา 252/2467ฎีกา 153/2530ฎีกา 6908/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา