คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1519/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลมีคำสั่งให้คู่ความนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความอีกฝ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด หากคู่ความนั้นเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ถือว่าคู่ความนั้นทิ้งฟ้องอุทธรณ์ และศาลย่อมมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีอุทธรณ์นั้นเสียจากสารบบความได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ให้ผู้ร้องขัดทรัพย์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ภายใน 15 วัน โดยสั่งในวันที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นอุทธรณ์ ถือได้ว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว แต่ผู้ร้องขัดทรัพย์เพิกเฉยไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ภายใน 15 วัน ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ถือได้ว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) แล้ว ศาลย่อมสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้.(ที่มา-ส่งเสริม)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
มูลกรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ จำเลยไม่ยอมชำระ โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อขายทอดตลาด
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ ให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ภายใน 15 วัน โดยส่งให้ทนายโจทก์รับแทน
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ร้องเพิกเฉยไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายในกำหนด 15 วันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือว่าผู้ร้องทิ้งฟ้องอุทธรณ์จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ ให้ผู้ร้องขัดทรัพย์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ภายใน 15 วัน โดยส่งให้ทนายโจทก์รับแทน ศาลชั้นต้นสั่งในวันที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นอุทธรณ์ ถือได้ว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ทราบคำสั่งโดยชอบ แต่ผู้ร้องขัดทรัพย์เพิกเฉยไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ภายใน 15 วัน ตามคำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ถือว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่าการที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วเพิกเฉยไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ภายใน 15 วันตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ถือได้ว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) แล้ว ส่วนข้ออ้างของผู้ร้องขัดทรัพย์ในชั้นฎีกาที่ว่า ปกติระเบียบปฏิบัติหากมีการผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องการนำส่งหมายและสำเนาอุทธรณ์แล้ว ศาลจะให้โอกาสแก่คู่ความโดยการส่งหมายมาเพื่อแจ้งให้ไปปฏิบัติการนำส่งดังกล่าว ภายในเวลาที่ศาลกำหนดอีกครั้งหนึ่งไม่มีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดไว้เช่นนั้นเมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์แล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1519/2530
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาสมุทร จำกัด โจทก์
บริษัทสยามเคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้า จำกัด กับพวก จำเลย
นายวัฒนา กาญจนตระกูล ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาสมุทร จำกัด · จำเลย - บริษัทสยามเคมีภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์เครื่องไฟฟ้า จำกัด กับพวก · ผู้ร้อง - นายวัฒนา กาญจนตระกูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สาระ เสาวมล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ