⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1681/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 ต้องแสดงให้เห็นถึงเหตุที่ทำให้ไม่สามารถมาศาลหรือให้การในคดีได้ หรือมีพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญซึ่งไม่สามารถนำมาแสดงในศาลชั้นต้นได้.

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาที่ว่าคำร้องขอของจำเลยเป็นคำขอให้พิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 208 หรือไม่ เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน คำร้องขอของจำเลยกล่าวเพียงว่าจำเลยมีพยานหลักฐานที่จะต่อสู้คดี มีทางชนะคดีของโจทก์ได้ เป็นเพียงการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ มิใช่ข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคท้าย ที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ตามสัญญาจำนองและสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้เอาที่ดินที่จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้ จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับของศาลโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินที่จำนองเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนการพิจารณาและการบังคับคดีแล้วดำเนินการพิจารณาคดีใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 โดยอ้างว่าการพิจารณาผิดระเบียบมาตั้งแต่ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องแก่จำเลยทั้งสองแล้วเพราะจำเลยทั้งสองมิได้มีภูมิลำเนาตามฟ้อง จึงไม่ทราบว่าถูกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาตามำีกาของจำเลยทั้งสองมีว่าคำร้องของจำเลยทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 11 มิถุนายน 2527 เป็นคำขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208หรือไม่ ปัญหานี้แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นว่ากันในศาลชั้นต้นเพราะจำเลยทั้งสองถือว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27ตลอดมาจนชั้นอุทธรณ์ แต่ก็เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และศาลอุทธรณ์ได้ยกขึ้นวินิจฉัยเองแล้ว คู่ความจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อนี้ได้ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคำร้องขอของจำเลยทั้งสองที่กล่าวไว้ในข้อ 4 วรรคสองว่า "จำเลยที่ 1, 2 มีพยานหลักฐานที่จะต่อสู้คดีมีทางชนะคดีของโจทก์ได้" นั้นเป็นเพียงการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ศาลทราบ มิใช่ข้อคัดค้านคำติดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น เพราะมิได้โต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบประการใดเพราะเหตุใดและเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงสนับสนุนให้เห็นได้ชัดแจ้งว่า หากให้มีการพิจารณาใหม่แล้วศาลอาจพิจารณาให้ผิดแผกแตกต่างไปจากที่ได้พิจารณาไปแล้วซึ่งจะเป็นผลให้จำเลยทั้งสองชนะคดีได้ คำร้องขอของจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคท้าย ที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องขอของจำเลยทั้งสองเสียนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2530 บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ เอเซีย จำกัด ฯ โจทก์ นาย สุรินทร์ ดุลยธรรมภัก ดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ เอเซีย จำกัด ฯ · จำเลย - นาย สุรินทร์ ดุลยธรรมภัก ดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 280/2530ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ