คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ถือเป็นการวินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องแล้ว หากมีการอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีนั้นย่อมถึงที่สุดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์โจทก์ขอเลื่อนคดีไป 3 ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ประวิงคดีไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา เท่ากับได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องของโจทก์แล้วว่า โจทก์มิใช่คนอนาถาจะใช้สิทธิดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้เมื่อโจทก์อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องพร้อมฟ้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยเป็นตัวแทนไปทำนิติกรรมไถ่ถอนขายฝากที่ดินจากนางสุภาพร อิ่มสุวรรณสาคร คืนมาเป็นของโจทก์ จำเลยกรอกข้อความในใบมอบอำนาจของโจทก์โดยพลการว่าได้มีอำนาจขายที่ดินแปลงนี้แก่จำเลยด้วย แล้วนำไปทำนิติกรรมไถ่ถอนการขายฝาก และจดทะเบียนขายให้จำเลยในวันรุ่งขึ้น ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์คืนให้โจทก์ หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ ก็ให้ใช้ค่าที่ดินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์ โจทก์ขอเลื่อนคดีไป ๓ ครั้ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่า โจทก์ประวิงคดี ไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ให้งดการไต่สวน และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องชำระตามฟ้องโจทก์และตามอุทธรณ์มาชำระให้ครบภายใน ๑๕ วัน มิฉะนั้นไม่รับอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์โจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป และพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของโจทก์เป็นการประวิงคดี พิพากษายืนหากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ให้นำค่าธรรมเนียมที่จะต้องชำระตามฟ้องมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์ โจทก์ขอเลื่อนคดีไป ๓ ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ประวิงคดีไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ให้งดการไต่สวน และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา เท่ากับได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคำร้องของโจทก์แล้วว่าโจทก์มิใช่คนอนาถา จะใช้สิทธิดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไม่ได้ เมื่อโจทก์อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ไม่ได้
พิพากษาให้ยกฎีกาของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2530
นายโชค ศิริรัตนานุภาพ โจทก์
จ่าเอกวิชิต วิเศษลักษณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโชค ศิริรัตนานุภาพ · จำเลย - จ่าเอกวิชิต วิเศษลักษณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล · สุนทร จันทรศักดิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - (อ่านไม่ออก) · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ ธารีสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา