⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2518/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้ากับต้นเงินเพื่อคิดดอกเบี้ยต่อไปนั้น ไม่จำเป็นต้องทำเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระครบหนึ่งปีแล้วเท่านั้น และข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นโมฆะแม้จะทำไว้ขณะทำสัญญาก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คู่สัญญากู้ยืมเงินตกลงกันเป็นหนังสือให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระเป็นเวลาหนึ่งปีทบเข้ากับต้นเงินแล้ว ให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 วรรคแรก มิได้บังคับว่าต้องกระทำเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระครบหนึ่งปีแล้วเท่านั้น ดังนั้น แม้จะตกลงกันไว้ตั้งแต่ขณะทำสัญญาข้อตกลงนี้ก็ไม่เป็นโมฆะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินโจทก์ไปเป็นเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท ยอมเสียดอกเบี้ยทุกวันสิ้นเดือน ถ้าผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาถึงหนึ่งปียอมให้ทบดอกเบี้ยที่ค้างเข้ากับต้นเงินในวันที่ค้างครบหนึ่งปีนั้น จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ต้นเงิน ๓๖๑,๙๘๕.๑๖ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นผู้ค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ต้นเงิน ๒๗๘,๒๖๒.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ หนังสือสัญญากู้เงินข้อ ๓ วรรคแรกมีข้อความด้วยว่า ผู้กู้ยอมชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันสิ้นเดือน ถ้าผิดนัดชำระดอกเบี้ยเป็นเวลาหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้ทบดอกเบี้ยที่ค้างชำระเข้ากับต้นเงินในวันที่ครบกำหนดหนึ่งปีนั้น และผู้กู้ยอมให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นข้อตกลงก่อนที่จะมีการค้างชำระดอกเบี้ย จึงตกเป็นโมฆะ และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้หนี้โจทก์ไม่เต็มตามฟ้อง มีปัญหาตามฎีกาโจทก์เพียงว่า ข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๕ วรรคแรกหรือไม่ แล้ววินิจฉัยในปัญหานี้ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๕ วรรคแรกบัญญัติว่า 'ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ แต่ทว่าเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระไม่น้อยกว่าปีหนึ่ง คู่สัญญากู้ยืมจะตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยนั้นทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นก็ได้ แต่การตกลงเช่นนั้นต้องทำเป็นหนังสือ'ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นคู่สัญญากู้ยืมเงินได้ตกลงกันเป็นหนังสือให้เอาดอกเบี้ยที่จำเลยที่ ๑ ค้างชำระเป็นเวลาหนึ่งปี ทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้นได้ตามข้อยกเว้นของมาตรา ๖๕๕ วรรคแรกนั้น และข้อตกลงดังกล่าวกฎหมายก็มิได้บัญญัติว่า ต้องกระทำเมื่อดอกเบี้ยค้างชำระครบหนึ่งปีเท่านั้นดังนั้นข้อตกลงดังกล่าวหาเป็นโมฆะไม่ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดใช้หนี้ให้โจทก์เต็มตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นโมฆะไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๓๖๑,๙๘๕ บาท ๑๖ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2518/2530 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฯ โจทก์ นายวัฒนะ ศิวะโกเศค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ฯ · จำเลย - นายวัฒนะ ศิวะโกเศค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ ศรีสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1092/2481ฎีกา 791-792/2509ฎีกา 5249/2539ฎีกา 9652/2559ฎีกา 621/2543ฎีกา 3789/2528ฎีกา 8911/2543ฎีกา 955/2507ฎีกา 644/2507ฎีกา 645/2489ฎีกา 5408/2537ฎีกา 2864-2865/2519ฎีกา 10227/2551ฎีกา 5590/2540ฎีกา 1401/2525ฎีกา 1898/2543ฎีกา 312/2504ฎีกา 1737/2498ฎีกา 109-111/2507ฎีกา 308-309/2511ฎีกา 540/2567ฎีกา 3287/2530ฎีกา 1730/2516ฎีกา 89/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา