⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2544/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำบอกเล่าของผู้เสียหายที่ไม่ได้นำมาเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล มีน้ำหนักน้อย ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความเป็นพยานยืนยันว่าจำเลยร่วมกับพวกเป็นคนร้ายที่ปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย ที่ผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและให้การในชั้นสอบสวนต่อพนักงานสอบสวนว่าจำเลยร่วมกับพวกปล้นทรัพย์นั้น ล้วนแต่เป็นเพียงคำบอกเล่ามีน้ำหนักน้อยพยานหลักฐานของโจทก์จึงยังไม่มั่นคงพอที่จะให้ฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 340ที่แก้ไขแล้ว และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำนวน 1,209 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสองให้จำคุก 10 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 1,209 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาว่าคดีโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ได้หรือไม่ โจทก์คงมีร้อยตำรวจโทประลอง นาคนวม ผู้จับกุมจำเลย และร้องยตำรวจโทสง่ายอดแก้ว พนักงานสอบสวน เป็นพยาน ร้อยตำรวจโทประลอง เบิกความว่าขณะนั่งรถสายตรวจออกตรวจไปตามถนนเจษฎางค์ เห็นผู้เสียหายวิ่งไล่กวดชายสองคนไป เมื่อผู้เสียหายชี้บอกว่าชายสองคนนั้นเอานาฬิกาของผู้เสียหายไป ร้อยตำรวจโทประลองลงจากรถวิ่งไล่ติดตามชายสองคนและจับได้คนหนึ่ง คือ จำเลย เมื่อจับจำเลยแล้วผู้เสียหายบอกร้อยตำรวจโทประลองว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่เข้ามารัดคอผู้เสียหาย ร้อยตำรวจโทสง่าเบิกความว่าหลังจากรับตัวจำเลยไว้ดำเนินคดีแล้ว ได้สอบสวนผู้เสียหายเป็นพยาน ได้บันทึกคำให้การไว้ตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งตามบันทึกดังกล่าวผู้เสียหายให้การว่าขณะที่เดินกลังจากบ้านเพื่อนที่หลังวัดป้อม เพื่อจะมาเที่ยวงานที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร มีคนร้ายสามคน คนหนึ่งคือจำเลยเดินสวนทางมา จำเลยตรงเข้าใช้มือล็อคคอผู้เสียหาย แล้วพวกจำเลยปลดเอานาฬิกาข้อมือ และล้วงเอาเงินสดในกระเป๋ากางเกงของผู้เสียหายแล้วพากันวิ่งหลบหนี ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะเป็นชายคนหนึ่งในจำนวนสองคนที่ถูกผู้เสียหายวิ่งไล่ติดตามแต่แรกหรือไม่ ยังมีเหตุน่าสงสัยอยู่ เพราะร้อยตำรวจโทประลองว่าในคืนเกิดเหตุ มีงานที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร มีคนเดินพลุกพล่านที่บริเวณวัดป้อมที่วิ่งไล่ติดตามชายสองคนไปนั้นบางจุดก็คลาดสายตากับชายทั้งสองบ้างประกอบกับคดีนี้โจทก์ก้ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความเป็นพยานยืนยันว่าจำเลยร่วมกับพวกเป็นคนร้ายรายนี้ ที่ผุ้เสียหายแจ้งต่อร้อยตำรวจโทประลองและให้การในชั้นสอบสวนต่อร้อยตำรวจโทสง่าว่าจำเลยร่วมกับพวกปล้นทรัพย์นั้น ล้วนแต่เป็นเพียงคำบอกเล่ามีน้ำหนักน้อยพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่มั่นคงพอที่จะให้ฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร โจทก์ นาย ชลอ จันทร์ม่ วง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร · จำเลย - นาย ชลอ จันทร์ม่ วง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 3428/2530ฎีกา 2501/2526ฎีกา 884/2497ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 9117/2539ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ