⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2544/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2530

ป.วิ.อาญา ม.226, 227 · ป.วิ.แพ่ง ม.95

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำบอกเล่าของผู้เสียหายที่ไม่ได้นำมาเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล มีน้ำหนักน้อย ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความเป็นพยานยืนยันว่าจำเลยร่วมกับพวกเป็นคนร้ายที่ปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย ที่ผู้เสียหายแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมและให้การในชั้นสอบสวนต่อพนักงานสอบสวนว่าจำเลยร่วมกับพวกปล้นทรัพย์นั้น ล้วนแต่เป็นเพียงคำบอกเล่ามีน้ำหนักน้อยพยานหลักฐานของโจทก์จึงยังไม่มั่นคงพอที่จะให้ฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 340ที่แก้ไขแล้ว และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำนวน 1,209 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสองให้จำคุก 10 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 1,209 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาว่าคดีโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ได้หรือไม่ โจทก์คงมีร้อยตำรวจโทประลอง นาคนวม ผู้จับกุมจำเลย และร้องยตำรวจโทสง่ายอดแก้ว พนักงานสอบสวน เป็นพยาน ร้อยตำรวจโทประลอง เบิกความว่าขณะนั่งรถสายตรวจออกตรวจไปตามถนนเจษฎางค์ เห็นผู้เสียหายวิ่งไล่กวดชายสองคนไป เมื่อผู้เสียหายชี้บอกว่าชายสองคนนั้นเอานาฬิกาของผู้เสียหายไป ร้อยตำรวจโทประลองลงจากรถวิ่งไล่ติดตามชายสองคนและจับได้คนหนึ่ง คือ จำเลย เมื่อจับจำเลยแล้วผู้เสียหายบอกร้อยตำรวจโทประลองว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่เข้ามารัดคอผู้เสียหาย ร้อยตำรวจโทสง่าเบิกความว่าหลังจากรับตัวจำเลยไว้ดำเนินคดีแล้ว ได้สอบสวนผู้เสียหายเป็นพยาน ได้บันทึกคำให้การไว้ตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งตามบันทึกดังกล่าวผู้เสียหายให้การว่าขณะที่เดินกลังจากบ้านเพื่อนที่หลังวัดป้อม เพื่อจะมาเที่ยวงานที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร มีคนร้ายสามคน คนหนึ่งคือจำเลยเดินสวนทางมา จำเลยตรงเข้าใช้มือล็อคคอผู้เสียหาย แล้วพวกจำเลยปลดเอานาฬิกาข้อมือ และล้วงเอาเงินสดในกระเป๋ากางเกงของผู้เสียหายแล้วพากันวิ่งหลบหนี ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะเป็นชายคนหนึ่งในจำนวนสองคนที่ถูกผู้เสียหายวิ่งไล่ติดตามแต่แรกหรือไม่ ยังมีเหตุน่าสงสัยอยู่ เพราะร้อยตำรวจโทประลองว่าในคืนเกิดเหตุ มีงานที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร มีคนเดินพลุกพล่านที่บริเวณวัดป้อมที่วิ่งไล่ติดตามชายสองคนไปนั้นบางจุดก็คลาดสายตากับชายทั้งสองบ้างประกอบกับคดีนี้โจทก์ก้ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความเป็นพยานยืนยันว่าจำเลยร่วมกับพวกเป็นคนร้ายรายนี้ ที่ผุ้เสียหายแจ้งต่อร้อยตำรวจโทประลองและให้การในชั้นสอบสวนต่อร้อยตำรวจโทสง่าว่าจำเลยร่วมกับพวกปล้นทรัพย์นั้น ล้วนแต่เป็นเพียงคำบอกเล่ามีน้ำหนักน้อยพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังไม่มั่นคงพอที่จะให้ฟังว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2544/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร โจทก์ นาย ชลอ จันทร์ม่ วง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สมุทรสาคร · จำเลย - นาย ชลอ จันทร์ม่ วง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 3428/2530ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2015/2521ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 9117/2539ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ