คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ใดจะอ้างสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ได้ และไม่มีสิทธิให้ผู้อื่นเช่า หรือฟ้องขับไล่ผู้ครอบครอง
ย่อคำพิพากษา
ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ผู้ใดหามีสิทธิครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ไม่ โจทก์ผู้ยึดถือครอบครองอยู่จึงไม่มีสิทธิให้เช่า การที่โจทก์ให้ผู้อื่นเช่า จึงเป็นการมอบการยึดถือครอบครองให้แก่ผู้อื่น และผู้ยึดถือครอบครองที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะหวงกันผู้อื่นได้ก็แต่ขณะที่ยึดถือครอบครองอยู่ เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ยึดถือครอบครองเสียแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ครอบครอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตาม ส.ค.๑ เนื่อที่ประมาณ ๑๘ ไร่ และให้นางน้อยบุตรโจทก์อาศัยทำกิน ๙ไร่เศษ แต่นางน้อยได้นำที่ดินแปลงนี้ไปให้จำเลยทำกินโดยไม่ได้รับความยินยอม ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร
จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ขายที่ดินเนื้อที่ประมาณ ๑๒ ไร่ ซึ่งรวมทั้งที่พิพาทให้แก่นางน้อยนายนะแล้ว นางน้อยนายนะกู้เงินจำเลยไป จึงยอมให้จำเลยเข้าทำกินในที่พิพาทต่างดอกเบี้ย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ก่อนสืบพยาน โจทก์ถึงแก่กรรม และนางหลักได้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เดิมโจทก์เป็นผู้เข้าทำกิน ต่อมานางน้อยนายนะเป็นผู้เข้าทำกินต่อจากโจทก์ แล้วนางน้อยนายนะยอมให้จำเลยเข้าทำกินต่างดอกเบี้ย ในปัญหาที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ใดหามีสิทธิครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิให้นางน้อยนายนะเช่าตามที่โจทก์นำสืบ การที่โจทก์ให้นางน้อยนายนะเช่าจึงเป็นการมอบการยึดถือครอบครองให้แก่นายน้อยนายนะ โจทก์ไม่ใช่ผู้ยึดถือที่พิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้ครอบครองที่พิพาทอยู่ ที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่า ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ราษฎรกับราษฎรด้วยกันแล้วย่อมยกการครอบครองขึ้นใช้ยันกันได้ว่าใครมีสิทธิดีกว่ากัน ศาลฎีกาเห็นว่าการยึดถือครอบครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่ผู้ยึดถือครอบครอง ผู้ยึดถือครอบครองหวงกันผู้อื่นได้ก็แต่ขณะที่ยึดถือครอบครองอยู่ เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ยึดถือครอบครองแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2530
นางบุตตา พาหาร โดยนางหลัก พาหาร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์
นางบัวบาน ฤทธิ์เลิศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบุตตา พาหาร โดยนางหลัก พาหาร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นางบัวบาน ฤทธิ์เลิศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายพลภักดี สิริทิพากร · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา