⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 279/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ใดจะอ้างสิทธิครอบครองหรือกรรมสิทธิ์ในสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ได้ และไม่มีสิทธิให้ผู้อื่นเช่า หรือฟ้องขับไล่ผู้ครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ผู้ใดหามีสิทธิครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ไม่ โจทก์ผู้ยึดถือครอบครองอยู่จึงไม่มีสิทธิให้เช่า การที่โจทก์ให้ผู้อื่นเช่า จึงเป็นการมอบการยึดถือครอบครองให้แก่ผู้อื่น และผู้ยึดถือครอบครองที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะหวงกันผู้อื่นได้ก็แต่ขณะที่ยึดถือครอบครองอยู่ เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ยึดถือครอบครองเสียแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตาม ส.ค.๑ เนื่อที่ประมาณ ๑๘ ไร่ และให้นางน้อยบุตรโจทก์อาศัยทำกิน ๙ไร่เศษ แต่นางน้อยได้นำที่ดินแปลงนี้ไปให้จำเลยทำกินโดยไม่ได้รับความยินยอม ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ขายที่ดินเนื้อที่ประมาณ ๑๒ ไร่ ซึ่งรวมทั้งที่พิพาทให้แก่นางน้อยนายนะแล้ว นางน้อยนายนะกู้เงินจำเลยไป จึงยอมให้จำเลยเข้าทำกินในที่พิพาทต่างดอกเบี้ย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน โจทก์ถึงแก่กรรม และนางหลักได้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เดิมโจทก์เป็นผู้เข้าทำกิน ต่อมานางน้อยนายนะเป็นผู้เข้าทำกินต่อจากโจทก์ แล้วนางน้อยนายนะยอมให้จำเลยเข้าทำกินต่างดอกเบี้ย ในปัญหาที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ใดหามีสิทธิครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิให้นางน้อยนายนะเช่าตามที่โจทก์นำสืบ การที่โจทก์ให้นางน้อยนายนะเช่าจึงเป็นการมอบการยึดถือครอบครองให้แก่นายน้อยนายนะ โจทก์ไม่ใช่ผู้ยึดถือที่พิพาท จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยผู้ครอบครองที่พิพาทอยู่ ที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่า ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น ราษฎรกับราษฎรด้วยกันแล้วย่อมยกการครอบครองขึ้นใช้ยันกันได้ว่าใครมีสิทธิดีกว่ากัน ศาลฎีกาเห็นว่าการยึดถือครอบครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่ผู้ยึดถือครอบครอง ผู้ยึดถือครอบครองหวงกันผู้อื่นได้ก็แต่ขณะที่ยึดถือครอบครองอยู่ เมื่อโจทก์มิใช่ผู้ยึดถือครอบครองแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 279/2530 นางบุตตา พาหาร โดยนางหลัก พาหาร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นางบัวบาน ฤทธิ์เลิศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุตตา พาหาร โดยนางหลัก พาหาร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นางบัวบาน ฤทธิ์เลิศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายพลภักดี สิริทิพากร · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา