⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3299/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3299/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในข้อหาใด ข้อเท็จจริงในข้อหานั้นย่อมเป็นอันยุติ และห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหานั้นอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหายักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้ ก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบและถือว่าข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับข้อหานี้อีก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยในฐานะเป็นผู้จัดการร้านค้าสหกรณ์ได้รับมอบหมายจากผู้เสียหายให้ครอบครองและจัดการสินค้าต่างๆ จำเลยได้เบียดบังสินค้าดังกล่าวไปโดยทุจริต จำเลยมีหน้าที่ในการจัดการทำบัญชีให้ถูกต้องกลับทุจริตไม่จัดทำสมุดซื้อสินค้าและบัญชีให้ถูกต้อง ทุจริตกระทำผิดหน้าที่โดยเปิดบัญชีเดินสะพัดกับธนาคารในชื่อบัญชีของจำเลย แล้วนำกิจการทางการเงินของผู้เสียหายไปปะปนกับกิจการการเงินของจำเลย รักษาเงินสดของผู้เสียหายเกิน 5,000 บาท และไม่นำเงินส่วนที่เกินไปฝากธนาคารในบัญชีของผู้เสียหาย และไม่จัดทำรายงานกิจการค้าของผู้เสียหายรวม 3 เดือน เสนอต่อกรรมการดำเนินการของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสินค้าที่ยักยอกเป็นเงิน 23,120.01 บาท และสินค้าที่ขาดบัญชีเป็นเงิน 260,826.10 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 แต่พิพากษาว่ามีความผิดฐานยักยอกตาม มาตรา 352 จำคุกจำเลย 6 เดือนให้คืนหรือใช้ราคาที่ยักยอกเป็นเงิน 10,917.01 แก่ผู้เสียหาย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องพิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา352 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 โดยอาศัยข้อเท็จจริง คดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้ ก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ และถือว่าข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับข้อหานี้อีก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3299/2530 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นางสุจิตรา ลีธรรมชโย หรือสิน สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระยอง · จำเลย - นางสุจิตรา ลีธรรมชโย หรือสิน สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 674/2549ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546ฎีกา 2386/2541ฎีกา 582/2510ฎีกา 1632/2536ฎีกา 2846/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา