⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3362/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3362/2530

ป.อาญา ม.297

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบาดเจ็บที่ทำให้ผู้เสียหายต้องเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน และประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ถือเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่หน้าอกซ้าย หากปลายมีดเข้าไปถึงหัวใจหรือหลอดลมใหญ่และไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ก็อาจถึงแก่ความตายได้ผู้เสียหายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 8 วัน แล้วกลับมารักษาตัวที่บ้านอีก 1 เดือนแผลภายนอกหาย แต่ภายในยังเจ็บและเสียวอยู่ ผู้เสียหายต้องเลิกอาชีพรับจ้างไปทำงานอย่างอื่น เพราะไม่สามารถทำงานหนักต่อไปได้ ดังนี้ ถือได้ว่าผู้เสียหายต้องเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน และประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน เป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 แล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชกต่อยและใช้มีดปลายแหลมแทงนายฉลองและนายเฉลิม นายฉลองได้รับบาดเจ็บไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ส่วนนายเฉลิมถูกอาวุธมีดที่อกด้านซ้ายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ลงโทษจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายจริง และที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า บาดแผลของผู้เสียหายไม่สาหัสนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามผลการชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องปรากฏว่าผู้เสียหายถูกแทงที่หน้าอกซ้าย ซึ่งเป็นที่สำคัญแพทย์ผู้ให้การรักษามาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า หากปลายมีดเข้าไปถึงหัวใจหรือหลอดลมใหญ่ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตายได้ สำหรับผู้เสียหายนั้นเบิกความว่า รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 8 วัน กลับมารักษาตัวที่บ้านอีก 1 เดือน แผลภายนอกหาย แต่ภายในยังเจ็บและเสียวอยู่ ผู้เสียหายต้องเลิกอาชีพเดิมคืออาชีพรับจ้างเพราะไม่สามารถทำงานหนักต่อไปได้ ถึงขณะเบิกความก็ยังเจ็บหน้าอกอยู่เป็นบางครั้งเช่นนี้ย่อมฟังได้ว่าผู้เสียหายต้องเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน และประกอบกรณียกิจตามผกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ผู้เสียหายจึงได้รับอันตรายาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3362/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด ปทุมธานี โจทก์ นาย สม ชาย สว่าง เถื่อน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ปทุมธานี · จำเลย - นาย สม ชาย สว่าง เถื่อน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1867/2531ฎีกา 264/2499ฎีกา 236/2513ฎีกา 1336/2553ฎีกา 448/2500ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1666/2521ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 321/2482ฎีกา 635/2485ฎีกา 1116/2502ฎีกา 12802/2558ฎีกา 10189/2539ฎีกา 110/2513ฎีกา 1129/2531ฎีกา 381/2537ฎีกา 9264/2551ฎีกา 7180/2560ฎีกา 1285/2561ฎีกา 8356/2554ฎีกา 2879/2546ฎีกา 5904/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา