คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เช็คจะขาดอายุความตามกฎหมายนั้น ต้องนับแต่วันที่ออกเช็คเป็นหลัก หากโจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏถึงวันที่ออกเช็คว่าจำเลยไม่มีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายเงินตามเช็คหรือบัญชีปิดแล้ว คดีโจทก์ก็ไม่มีมูลความผิด.
ย่อคำพิพากษา
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โจทก์ต้องนำสืบให้ปรากฏถึงวันที่ออกเช็คว่าจำเลยไม่มีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายเงินตามเช็คหรือบัญชีปิดแล้วด้วย เพราะเป็นสาระสำคัญแห่งคดีที่จะแสดงให้เห็นว่าคดีมีมูลความผิดหรือไม่ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏ คดีโจทก์ก็ไม่มีมูล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จริงว่า ชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์มิได้นำสืบว่า ในวันที่เช็คถึงกำหนดชำระเงินจำเลยมีเงินในบัญชีไม่พอที่จะจ่ายเงินตามเช็คหรือบัญชีของจำเลยปิดแล้ว ดังนั้นเมื่อโจทก์ฎีกาว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น หรือออกเช็คโดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็คได้ หรือออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น หรือถอนเงินทั้งหมดหรือแต่บางส่วนออกจากบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินตามเช็ค จนจำนวนเงินเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้เงินตามเช็คนั้นได้ หรือห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริตจึงเป็นฎีกาโต้เถียงการใช้ดุลพินิจรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้
ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่าในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์มิต้องนำสืบถึงวันที่ออกเช็คว่าจำเลยมีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายเงินตามเช็คหรือบัญชีปิดแล้วนั้น เห็นว่าแม้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ก็ต้องนำสืบให้ปรากฏถึงความข้อนี้ด้วย เพราะเป็นสาระสำคัญแห่งคดีที่จะแสดงให้เห็นว่าคดีมีมูลความผิดหรือไม่ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบให้ปรากฏ คดีโจทก์ก็ไม่มีมูล ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2530
นางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ โจทก์
นางสาวพัทธนี คำเพ็ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุจิตรา พัวพงษ์พันธ์ · จำเลย - นางสาวพัทธนี คำเพ็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายไพบูลย์ จามิกรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา