⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3602/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3602/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงในสัญญาเช่าที่ให้สิทธิผู้เช่าซื้อที่ดินก่อนผู้ใด เป็นเพียงบุคคลสิทธิที่ผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น ไม่ผูกพันบุคคลภายนอกซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในภายหลัง.

ย่อคำพิพากษา

แม้สัญญาเช่าจะระบุว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้ให้เช่าจะขายที่ดินที่เช่าจะต้องแจ้งให้โจทก์ผู้เช่าทราบล่วงหน้า เพื่อให้โอกาสโจทก์ซื้อก่อนก็ตามข้อตกลงนี้ก็เป็นเพียงก่อให้เกิดบุคคลสิทธิมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น ไม่ผูกพันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าของที่ดินนั้นในภายหลัง โจทก์จึงหามีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้ขาย กับจำเลยที่ 3 ผู้ซื้อและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองไม่ ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ชำระหนี้อันจะแบ่งแยกมิได้ แม้จำเลยที่ 3 มิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 3 ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินซึ่งเป็นของจำเลยที่ ๑ กับมารดาจากจำเลยที่ ๑ ต่อมามารดาจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรม ที่ดินที่เช่าเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าที่ระบุว่า ถ้าผู้ให้เช่าจะขายที่ดินที่เช่าจะต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าเพื่อผู้เช่าจะได้มีโอกาสซื้อก่อนเมื่อเห็นว่าเป็นราคาสมควร ต่อมาจำเลยที่ ๒ ขายที่ดินที่เช่าแก่จำเลยที่ ๓ โดยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้า เป็นการทำนิติกรรมทั้งที่รู้อยู่ว่าเป็นทางให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้พิพากษาเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ แล้วให้จำเลยที่ ๓ขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่สามารถโอนขายแก่โจทก์ได้ ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์อยู่ในที่ดินที่เช่าจนครบกำหนดตามสัญญาแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตามสัญญาอีกต่อไป และไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ โจทก์ไม่เสียหายดังฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ซื้อที่ดินตามฟ้องโดยสุจริตมิได้กระทำการฉ้อฉลโจทก์ และมิได้ทำให้โจทก์เสียหาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะส่วนที่ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เดิมจำเลยที่ ๑ และนางแม้น มารดาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๐๘๓ โจทก์เช่าที่ดินโฉนดดังกล่าวบางส่วนจากจำเลยที่ ๑ มีกำหนดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๓๑สิงหาคม ๒๕๒๕ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๓ นางแม้นถึงแก่กรรม ที่ดินที่โจทก์เช่าเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยที่ ๒ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๕ จำเลยที่๒ ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๓ ครั้นถึงวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๓ บอกกล่าวให้โจทก์ออกจากที่ดินที่เช่า โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายดังกล่าว พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จะระบุว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ จะขายที่ดินที่เช่าจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าเพื่อให้โอกาสโจทก์ที่จะซื้อก่อนเมื่อเห็นว่าเป็นราคาสมควรก็ตาม ข้อตกลงนี้ก็เป็นเพียงก่อให้เกิดบุคคลสิทธิมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น ไม่ผูกพันจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก โจทก์จึงหามีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองไม่ คดีจึงไม่จำเป็นต้องสืบพยานต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อนึ่ง การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ นั้น เป็นฟ้องที่ขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ชำระหนี้อันจะแบ่งแยกกันชำระมิได้ แม้จำเลยที่ ๓ มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ ๓ ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3602/2530 นางสาวบุนนาค ทรัพย์เมฆ โจทก์ นายโชติ ศิริกายะ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวบุนนาค ทรัพย์เมฆ · จำเลย - นายโชติ ศิริกายะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสมชาย อุดมวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมีพาศน์ โปตระนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 1798/2506ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1036/2506ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1593/2524ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1061/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา