⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4119/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4119/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความเท็จจะเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยรู้อยู่แล้วว่าได้มีการตกลงประนีประนอมในเรื่องเช็คทั้ง 23 ฉบับเสร็จสิ้นไปแล้ว กลับมาเบิกความว่าไม่ได้มีการประนีประนอม ซึ่งหากศาลในคดีก่อนฟังข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของจำเลย อาจเป็นผลทำให้โจทก์ได้รับโดยในคดีอาญา ดังนี้ คำเบิกความของจำเลยจึงเป็นข้อสำคัญในคดี การเบิกความเท็จอันจะเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑,๑๗๕, ๑๗๗ วรรคสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งประทับฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความจากพยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ เบิกความในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๔๓๙๕/๒๕๒๗ ของศาลแขวงธนบุรีว่า ไม่ได้มีการตกลงประนีประนอมเกี่ยวกับเรื่องเช็คทั้ง ๒๓ ฉบับที่บริษัทเอสซีเซฟตี้เซนเตอร์ จำกัด ออกให้แก่จำเลยที่ ๑ ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ อยู่ในที่ประชุมที่มีการตกลงประนีประนอม และจำเลยที่ ๓ เป็นประธานที่ประชุม จึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในเบื้องแรกว่า การเบิกความเท็จอันจะเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๐๐/๒๕๐๖ ฎีกาของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ ปัญหาต่อไปมีว่า คำเบิกความของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ จากที่ได้ความดังกล่าวแล้วจะถือว่าเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่นั้นเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ รู้อยู่แล้วว่าได้มีการตกลงประนีประนอมในเรื่องเช็คทั้ง ๒๓ ฉบับเสร็จสิ้นไปแล้วกลับมาเบิกความว่าไม่ได้มีการประนีประนอม ซึ่งหากศาลแขวงธนบุรีฟังข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ อาจเป็นผลทำให้โจทก์ได้รับโทษในคดีอาญาจึงถือได้ว่าคำเบิกความของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ เป็นข้อสำคัญในคดี ดังนั้นฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ จึงมีมูล พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๔ ไว้พิจารณาต่อไปด้วย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4119/2530 นายศักดิ์ชัย รัตนบัณฑิตสกุล โจทก์ บริษัททวีภัณฑ์อีเลคทริค จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศักดิ์ชัย รัตนบัณฑิตสกุล · จำเลย - บริษัททวีภัณฑ์อีเลคทริค จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายประสิทธิ เสมาเงิน · ศาลอุทธรณ์ - นายชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1635/2493ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 2186/2550ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 2891/2540ฎีกา 1998/2553ฎีกา 191/2520ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553ฎีกา 2651/2517ฎีกา 904/2516ฎีกา 1184/2546ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 8404/2540ฎีกา 4974/2531ฎีกา 3357/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา