คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5045/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยกับพวกร่วมกันลักทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน และโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) (7) และ (8) วรรคสาม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกอีก 4 คน ไล่จับไก่ของผู้เสียหายจากบ้านของผู้เสียหายในขณะที่ไฟไหม้บ้าน หลังจากจับไก่ได้แล้วจำเลยกับพวกยิงปืน 2 นัด ด้วยความคึกคะนอง มิได้ยิงปืนขู่เข็ญผู้เสียหายกับพวกเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์พาทรัพย์ไป ให้ยื่นซึ่งทรัพย์ ยึดถือทรัพย์ไว้ หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมเพราะไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกเห็นผู้เสียหายกับพวกซึ่งแอบดูอยู่การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์แต่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 (2) (7) และ (8) วรรคสาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๗, ๒๑๘, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓, ๙๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่, ๘๓ จำคุก ๑๘ ปี ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานปล้นทรัพย์ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าคืนเกิดเหตุไฟไหม้บ้านนางประนอมผู้เสียหายจำเลยกับพวกอีก ๔ คน ไล่จับไก่ของผู้เสียหายไป แล้ววินิจฉัยว่าปัญหาว่าการกระทำของจำเลยและพวกจะเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ดังฟ้องหรือไม่ เห็นว่าจากข้อเท็จจริงที่ได้ความจากนางประนอมว่า เมื่อลงจากบ้านมาแอบดูที่ป่ากล้วยกับนางชั้วเห็นแต่แสงไฟลุกไหม้บ้าน ต่อมาจำเลยกับพวกก็พากันกลับบ้านก่อนไปมีเสียงปืนดังขึ้น ๒ นัด ถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนขู่เข็ญนารงประนอมและนางชั้วว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย และถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกยิงปืนขู่เข็ญนางประนอมและนางชั้ว เพื่อความสะดวกแก่การปล้นทรัพย์ พาทรัพย์ไปให้ยืม ให้ซึ่งทรัพย์ ยึดถือทรัพย์ไว้หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เพราะจำเลยกับพวกได้ไก่ คือทรัพย์ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกปล้นไปแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่า ที่จำเลยกับพวกยิงปืน เพราะเห็นนางประนอมหรือนางชั้วติดตามไป ที่จำเลยกับพวกยิงปืนขึ้นอาจจะเนื่องจากความคะนองมากกว่าอื่น การกระทำของจำเลยและพวกจึงไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๒) (๗) และ (๘)
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ วรรคสาม ให้จำคุก ๓ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5045/2530
พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์
นายสมพงษ์ เกิดสมบัติ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · จำเลย - นายสมพงษ์ เกิดสมบัติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สง่า ศิลปประสิทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - นายชัยวัฒน์ คำสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา