⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 847/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2530

ป.อาญา ม.80, 335

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งไปสู่การลักทรัพย์โดยตรง หากยังไม่สามารถเอาทรัพย์นั้นไปได้ ถือเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์.

ย่อคำพิพากษา

ในคืนเกิดเหตุจำเลยเดินเข้าไปใต้ถุนบ้านของผู้เสียหายแล้วจับและดึงท้ายรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายซึ่งใส่กุญแจคอ(ล็อก) อยู่บนขาตั้งผู้เสียหายร้องขึ้นว่า ขโมยจำเลยวิ่งหนีไป แม้รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจะยังไม่เคลื่อนที่ไปก็ถือได้ว่า จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๓๓๔, ๓๓๕ (๑), (๗), (๘) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔, ๓๓๕, ๘๓ จำคุก ๓ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จแล้วหรือไม่ ผู้เสียหายเบิกความว่า จำเลยจับที่ท้ายรถพร้อมกับดึงรถไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑ เมตร ขณะนั้นรถจักรยานยนต์ใส่กุญแจคอ (ล็อก) อยู่ และนายละออง เบิกความว่ารถจักรยานยนต์วางอยู่บนขาตั้ง เห็นว่าในพฤติการณ์เช่นนี้จำเลยน่าจะเข้ามาเคลื่อนย้ายทันทีได้ยาก ทั้งผู้เสียหายนั่งมองดูจำเลยตั้งแต่เดินมาจากทางกองฟางเมื่อจำเลยจับที่รถแล้ว ไม่มีเหตุผลที่ผู้เสียหายจะรอให้จำเลยดึงรถออกไปถึง ๑ เมตรจึงร้องขึ้น ที่นายละอองเบิกความว่าเห็นรอยครูดไปตามพื้นประมาณ ๑ เมตรนั้นก็ขัดกับคำของร้อยตำรวจเอกจักรพนธ์ ดวงกุดั่น พยานโจทก์เองที่ว่าในที่เกิดเหตุไม่มีรอยเคลื่อนของรถ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ลากรถไปได้ดังที่ผู้เสียหายเบิกความเมื่อจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑), (๗), (๘), ๘๓ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก ๒ ปี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2530 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายประสิทธิ์ วันทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายประสิทธิ์ วันทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นางสาวอัปสร สาธิตคณิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง กลั่นสุภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1866/2553ฎีกา 3307/2531ฎีกา 5840/2544ฎีกา 6178/2541ฎีกา 2848/2527ฎีกา 959/2531ฎีกา 1610/2539ฎีกา 7998/2561ฎีกา 3841/2551ฎีกา 632/2513ฎีกา 4521/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2246/2520ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 1331/2479ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 3650/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา