⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1807/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของนิติบุคคลย่อมแสดงให้ปรากฏโดยการกระทำของผู้แทนนิติบุคคลนั้น และผู้แทนนิติบุคคลที่ร่วมกระทำการเพื่อบริษัท ย่อมต้องร่วมรับผิดในการกระทำนั้นด้วย.

ย่อคำพิพากษา

บริษัทจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการมอบอำนาจให้ ส. ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ขออายัดที่ดินหลายโฉนดของโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์เป็นลูกหนี้จำเลย ทั้งๆ ที่ศาลฎีกาพิพากษาแล้วว่าโจทก์มิได้เป็นลูกหนี้จำเลย จึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน แม้ต่อมากรมที่ดินจะเห็นว่าจำเลยมิได้มีส่วนได้เสียจึงไม่รับอายัด ก็เป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และประชาชนแล้ว จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 83 การกระทำของนิติบุคคลย่อมแสดงให้ปรากฏโดยการกระทำของผู้แทนนิติบุคคลนั้น เมื่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ร่วมกันกระทำการเพื่อจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ที่ 3 ก็ต้องร่วมรับผิดในการกระทำนั้นด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗, ๒๖๗, ๘๓, ๘๔, ๙๑ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๘๓ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ อีกกระทงหนึ่ง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ในฐานะกรรมการของจำเลยที่ ๑ ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายสุวรรณไปแจ้งความขออายัดที่ดินของโจทก์รวม ๔๑๓ โฉนดและมีอำนาจให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดิน นายสุวรรณได้ไปแจ้งความขออายัดที่ดินดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าโจทก์ยังมิได้ชำระหนี้ตอบแทนดังที่คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๒๓/๒๕๒๕ ระบุไว้ เจ้าพนักงานที่ดินรับคำขอและบันทึกข้อความดังกล่าวไว้ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ในฐานะกรรมการผู้จัดการจำเลยที่ ๑ มีหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดินขออายัดที่ดินดังกล่าวโดยอ้างว่าหนี้ตามคำพิพากษาฎีกาข้างต้นยังไม่ระงับ โจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ตอบแทนจำเลยที่ ๑ ทั้งๆ ที่ในคดีดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยคดีนี้ใช้หนี้จำนวน๑๘ ล้านบาทเศษแก่โจทก์การที่จำเลยแจ้งอายัดที่ดินของโจทก์จึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตและเป็นความเท็จทำให้โจทก์ไม่สามารถทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินของตนได้ แม้ต่อมากรมที่ดินเห็นว่าจำเลยมิได้มีส่วนได้เสียจึงไม่รับอายัดก็ยังเป็นการกระทำที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และประชาชน จำเลยเป็นผู้ไม่มีส่วนได้เสียในที่ดินที่ขออายัดที่อาจฟ้องขอให้บังคับจำนองหรือจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘๓ เพราะโจทก์ได้ชำระหนี้แก่จำเลยหมดแล้ว และที่โจทก์ไม่ไปจดทะเบียนจำนองที่ดินและบ้านให้จำเลยตามที่ที่ปรึกษากฎหมายของจำเลยตีความในคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๒๓/๒๕๒๕ ก็ไม่เป็นการทำละเมิดต่อจำเลย จำเลยกระทำโดยเจตนาเพื่อต้องการรักษาผลประโยชน์ของตนให้ได้เปรียบแก่โจทก์ในเชิงธุรกิจไปขออายัดที่ดินทั้งหมด ๔๑๓โฉนดของโจทก์ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ย่อมจะมีเจตนาฝ่าฝืนไม่ยอมรับว่าคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวผูกพันจำเลย การกระทำของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ย่อมแสดงให้ปรากฏโดยการกระทำของผู้แทนนิติบุคคลนั้น เมื่อจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นกรรมการของจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกระทำการเพื่อจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ ก็ต้องร่วมรับผิดในการกระทำนั้นด้วยกัน การที่จำเลยทั้งสามร่วมกันทำหนังสือมอบอำนาจให้นายสุวรรณไปขออายัดที่ดินทั้งหมด ๔๑๓ โฉนดของโจทก์โดยไม่สุจริตเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้กระทำการตามหน้าที่อายัดที่ดินทั้งหมด ๔๑๓ โฉนดของโจทก์อันเป็นข้อความเท็จ ลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และประชาชน กับจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ร่วมกันมีหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดิน เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ขออายัดที่ดิน ๔๑๓ โฉนดของโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ อาจทำให้โจทก์หรือประชาชนเสียหายโดยเจตนา จำเลยทั้งสามจึงมีความผิดตามฟ้อง แต่สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ โจทก์มิได้ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ด้วย คดีจึงยุติเฉพาะจำเลยที่ ๑ พิพากษากลับ จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗, ๘๓ และจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามมาตรา ๑๓๗ อีกกระทงหนึ่ง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2531 นายชัยยง ดีสมโชค กับพวก โจทก์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์กรุงเทพเคหะ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชัยยง ดีสมโชค กับพวก · จำเลย - บริษัทเครดิตฟองซิเอร์กรุงเทพเคหะ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายนิรัตน์ เกตุไทย · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 4790/2533ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 4048/2528ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 312/2534ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา