คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2016/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ลงนามในเอกสารเป็นเพียงตัวแทนเชิด และผู้ที่แท้จริงคือบุคคลอื่น ถือเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวในนามของตนเองเป็นผู้เช่าจากโจทก์จำเลยและจำเลยร่วมจะนำสืบพยานบุคคลว่าที่จำเลยลงชื่อในสัญญาเช่าเป็นการกระทำแทนจำเลยร่วม จำเลยเป็นตัวแทนเชิดของจำเลยร่วมไม่ได้เพราะเท่ากับนำสืบว่าความจริงจำเลยไม่ใช่ผู้เช่า แต่จำเลยร่วมเป็นผู้เช่า จึงเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญาเช่า ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์ ต่อมาโจทก์ต้องมอบที่ดินและตึกแถวให้เจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างและขยายทางหลวงเทศบาล โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าและให้จำเลยมอบตึกที่เช่าคืนแต่จำเลยเพิกเฉยจึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาท กับให้จำเลยชำระค่าเช่าและเงินอื่น ๆ พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่านายจินดา เกตุปัญญาได้เชิดจำเลยเป็นตัวแทนทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาท จำเลยไม่ได้อยู่อาศัยหรือรับประโยชน์จากตึกพิพาททั้งนายจินดาได้ถอนจำเลยจากการเป็นตัวแทนแล้ว และฟ้องโจทก์เรียกเงินดังกล่าวขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
นายจินดา เกตุปัญญายื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตแล้วจำเลยร่วมให้การในทำนองเดียวกันกับจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาทและให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาที่จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาข้อแรกว่าจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาเช่าในฐานะตัวแทนเชิดของจำเลยร่วมซึ่งการตั้งตัวแทนเชิดย่อมไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือดังนั้นแม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘ จะบังคับให้การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องกันได้และมาตรา ๗๙๘ จะบัญญัติว่ากิจการอันใดบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วยก็ต้องถือว่าการตั้งตัวแทนเชิดในสัญญาเช่าเป็นข้อยกเว้นของมาตรา ๗๙๘ วรรคสองจำเลยและจำเลยร่วมจึงไม่ต้องห้ามนำสืบพยานบุคคลว่าจำเลยลงชื่อในสัญญาเช่าเป็นการกระทำแทนจำเลยร่วมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าที่จำเลยลงชื่อเป็นผู้เช่าในสัญญาเช่าซึ่งมีอายุการเช่า ๘ ปีและจดทะเบียนการเช่าโดยชอบแล้วเป็นการทำสัญญาเช่าในนามของจำเลยเอง ที่จำเลยและจำเลยร่วมจะนำสืบพยานบุคคลว่าจำเลยลงชื่อในสัญญาเช่าเป็นการทำแทนจำเลยร่วม จำเลยเป็นตัวแทนเชิดของจำเลยร่วมก็เท่ากับนำสืบว่าความจริงจำเลยไม่ใช่ผู้เช่า จำเลยร่วมเป็นผู้เช่าจึงเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญาเช่าตึกพิพาท ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ (ข) ฯลฯ
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2016/2531
กระทรวงการคลัง โจทก์
นางสมจิตต์ เกตุปัญญา จำเลย
นายจินดา เกตุปัญญา จำเลยร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กระทรวงการคลัง · จำเลย - นางสมจิตต์ เกตุปัญญา · จำเลยร่วม - นายจินดา เกตุปัญญา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระชัย สูตรสุวรรณ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสังเวียน รัตนมุง · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง กลั่นสุภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา