⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2253/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2253/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานบุกรุกสำเร็จลงเมื่อผู้กระทำเข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น การครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นต่อมาเป็นเพียงผลของการบุกรุก การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดต่อเนื่อง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปปักเสาและปลูกต้นมะขามในที่ดินของโจทก์ก็เพื่อถือการครอบครองที่ดินของโจทก์ ดังนั้น ความผิดฐานบุกรุกได้เกิดขึ้นและสำเร็จแล้วเมื่อจำเลยเข้าไปกระทำการดังกล่าว ส่วนการครอบครองที่ดินต่อมาเป็นเพียงผลของการบุกรุก การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดต่อเนื่องตราบเท่าที่จำเลยยังถือการครอบครองที่ดินของโจทก์ โจทก์บรรยายฟ้องว่า เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1 ถึง 10 สิงหาคม 2528 เวลาใดไม่ปรากฏชัด ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 และ 363 โดยมิได้บรรยายฟ้องว่าเหตุเกิดเวลากลางคืน แม้จะมีข้อความตอนหนึ่งว่าขณะนี้จำเลยยังคงบุกรุกอยู่ ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าจำเลยบุกรุกที่ดินตามฟ้องทั้งเวลากลางวันและกลางคืน แต่โจทก์ก็มิได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3)จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เมื่อความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 และ 363 เป็นความผิดอันยอมความกันได้ โจทก์มิได้ร้องทุกข์และได้ฟ้องคดีเองเมื่อพ้นกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 (วรรคแรกวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2531)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.363 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 ประมวลกฎหมายอาญา ม.366

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๘ เวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้บุกรุกเข้าไปปักเสาและปลูกต้นมะขามในที่ดินของโจทก์โดยมีเจตนาทุจริต เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรือเข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุขขณะนี้จำเลยก็ยังคงบุกรุกอยู่ โจทก์ทราบการกระทำผิดของจำเลยเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๘ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว วินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะบุกรุกที่ดินของโจทก์ตลอดเวลา ความผิดเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อจำเลยเริ่มบุกรุกและเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดไปตราบเท่าที่จำเลยยังปักเสาและปลูกต้นมะขามในที่พิพาท คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าที่จำเลยเข้าไปปักเสาและปลูกต้นมะขามในที่ดินของโจทก์ก็เพื่อถือการครอบครองที่ดินของโจทก์ ดังนั้น ความผิดฐานบุกรุกได้เกิดขึ้นและสำเร็จแล้ว เมื่อจำเลยเข้าไปกระทำการดังกล่าว ส่วนการครอบครองที่ดินต่อมาเป็นเพียงผลของการบุกรุก การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดต่อเนื่องตราบเท่าที่จำเลยยังถือการครอบครองที่ดินดังที่โจทก์ฎีกา ในปัญหาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชี้ขาดมาหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เหตุเกิดระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๘ เวลาใดไม่ปรากฏชัด และขณะนี้ซึ่งหมายความว่าขณะยื่นฟ้องจำเลยก็ยังคงบุกรุกอยู่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ และ๓๖๓ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าเหตุเกิดเวลากลางคืน แม้จะมีข้อความตอนหนึ่งว่าขณะนี้จำเลยก็ยังคงบุกรุกอยู่ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าจำเลยบุกรุกที่ดินตามฟ้องทั้งเวลากลางวันและกลางคืนแต่โจทก์ก็มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๕ (๓) ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางคืน อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๓) คงประสงค์ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๖๒ และ ๓๖๓ เท่านั้น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ และ ๓๖๓ ซึ่งมาตรา ๓๖๖ บัญญัติว่าเป็นความผิดอันยอมกันได้ อายุความฟ้องร้องนอกจากจะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๙๕ แล้ว ต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา ๙๖ ด้วย กล่าวคือ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นขาดอายุความถ้าผู้เสียหายที่มิได้ร้องทุกข์ไว้จะฟ้องเองก็ต้องฟ้องภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยบรรยายฟ้องว่า โจทก์ทราบการกระทำความผิดของจำเลยเมื่อวันที่๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๘ และนำสืบว่าโจทก์รู้ว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๒๘ โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม๒๕๒๙ คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2253/2531 นายวิเชียร คำทองแท้ ฯ กับพวก โจทก์ นายวิชัย ศักดา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิเชียร คำทองแท้ ฯ กับพวก · จำเลย - นายวิชัย ศักดา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายอนุวัตร มุทิกากร · ศาลอุทธรณ์ - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 123/2528ฎีกา 5494/2534ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 198/2564ฎีกา 185/2566ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 435/2535ฎีกา 1127/2523ฎีกา 279/2539ฎีกา 2205/2537ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1777/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 45/2507ฎีกา 584/2519ฎีกา 1958/2526ฎีกา 527/2538ฎีกา 434-435/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา