⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2515/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2515/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญาค้ำประกันโดยคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว ไม่ถือเป็นหนี้ร่วมที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับผิด เว้นแต่จะเป็นการกระทำที่เกี่ยวข้องกับกิจการอันจำเป็นในครอบครัวหรือสินสมรส

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์เพื่อการปฏิบัติงานและเพื่อความเสียหายอันเกิดจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรทำงานกับโจทก์โดยที่ผู้ร้องผู้เป็นมารดาของจำเลยที่ 1และเป็นภริยาของจำเลยที่ 2 ไม่คัดค้าน แต่ผู้ร้องมิได้เป็นคู่สัญญาหรือยินยอมด้วย กรณีเป็นการเฉพาะตัวของจำเลยที่ 2ผู้ค้ำประกันโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการอันจำเป็นในครอบครัวหรือเกี่ยวข้องกับสินสมรสหรือเกิดจากการงานที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ทำด้วยกัน จึงไม่เป็นหนี้ร่วมตามนัย มาตรา 1490 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ร้องไม่ต้องผูกพันในมูลหนี้เรียกทรัพย์คืนและค้ำประกันที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และมีสิทธิร้องขอกันส่วนในที่พิพาทกึ่งหนึ่งในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.681 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1490

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ละเมิดและตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยไม่ชำระ โจทก์ได้บังคับคดีนำยึดที่ดิน 1 แปลงของจำเลยที่ 2 ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ขอให้กันส่วนของผู้ร้องกึ่งหนึ่ง โจทก์ให้การว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการก่อหนี้ต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้กันเงินที่ได้จากการขายทรัพย์ให้แก่ผู้ร้องกึ่งหนึ่ง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าเดิมโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ละเมิดและผิดสัญญาค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์เป็นเงินจำนวน 170,658.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 689/2524 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ ชั้นบังคับคดีโจทก์นำยึดที่ดินแปลงพิพาท ตามโฉนดเลขที่ 17384 ตำบลไร่สะท้อน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรีเอกสารหมาย ร.3 และ จ.1 ซึ่งมีชื่อผู้ร้องและจำเลยที่ 2เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ คดีมีปัญหาว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนของตนในที่พิพาทหรือไม่ ได้ความจากผู้ร้องว่า สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติงานจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2 กระทำต่อโจทก์นั้นผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นยินยอมหรือลงนามในสัญญาด้วย ทั้งจำเลยที่ 1ก็พักอาศัยอยู่กับนายปิ่น อินงาม ก่อนที่จะทำงานกับโจทก์ผู้ร้องมีนายปิ่น อินงาม เบิกความสนับสนุนว่า จำเลยที่ 1ไปพักอาศัยที่บ้านจริง ฝ่ายโจทก์มีนายนาวี ปัญญาณธรรม ประธานสหกรณ์โจทก์เบิกความยืนยันว่าทั้งก่อนและหลังที่จำเลยที่ 1ทำงานกับโจทก์ จำเลยที่ 1 ก็อยู่บ้านเดียวกับผู้ร้องในบ้านพักของสหกรณ์ โจทก์มีนายมานะ อ่อนนุ่ม ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์โจทก์เบิกความสนับสนุนว่า เมื่อจำเลยทั้งสองถูกฟ้อง จำเลยทั้งสองกับผู้ร้องหลบหนีออกไปจากสหกรณ์ พิจารณาแล้วเห็นว่า คดีคงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันเพื่อการปฏิบัติงานและเพื่อความเสียหายอันเกิดจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตร โดยผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาและภริยา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามลำดับไม่คัดค้านเมื่อจำเลยที่ 2 สามีผู้ร้องทำสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์โดยไม่ปรากฏว่าผู้ร้องร่วมเป็นคู่สัญญาหรือยินยอมด้วย ทั้งการค้ำประกันก็เป็นการเฉพาะตัวของผู้ค้ำประกันโดยตรง ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการอันจำเป็นในครอบครัว หรือเกี่ยวข้องกับสินสมรสหรือเกิดจากการงานซึ่งผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ทำด้วยกัน ไม่เป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490 ผู้ร้องจึงไม่ต้องผูกพันในมูลหนี้เรียกทรัพย์คืนและค้ำประกันที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และมีสิทธิร้องขอกันส่วนในที่พิพาทกึ่งหนึ่งซึ่งผู้ร้องมีส่วนในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้กันเงินกึ่งหนึ่งที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดให้ผู้ร้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2515/2531 สหกรณ์นิคม ท่า ยาง จำกัด โจทก์ นาย ชู ชาติ ขำ ชื่น กับพวก จำเลย นาง บัว ขำ ชื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สหกรณ์นิคม ท่า ยาง จำกัด · จำเลย - นาย ชู ชาติ ขำ ชื่น กับพวก · จำเลย - นาง บัว ขำ ชื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3832/2530ฎีกา 963/2519ฎีกา 2599/2533ฎีกา 2765/2548ฎีกา 4914/2536ฎีกา 2517/2534ฎีกา 5846/2537ฎีกา 2049/2517ฎีกา 2728/2538ฎีกา 2107/2543ฎีกา 4982/2541ฎีกา 1048/2510ฎีกา 1995/2537ฎีกา 2205/2535ฎีกา 3742/2525ฎีกา 4372/2545ฎีกา 1673/2511ฎีกา 3347/2529ฎีกา 492/2499ฎีกา 3323/2528ฎีกา 7351/2537ฎีกา 2975/2538ฎีกา 675/2546ฎีกา 1701/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา