⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3019/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ ถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 218 จำเลยฎีกาขอให้ศาลรอการลงโทษ เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2325/2528 ของศาลชั้นต้น กับฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้ฟ้องคดีภายใน 72ชั่วโมงและไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการฎีกาดังกล่าวแม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ดังนี้ข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยไม่มีปรากฏในการพิจารณาของศาลชั้นต้น ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างจึงไม่เกิดขึ้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.222

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 142 จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา78 ให้จำคุก 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยฎีกาข้อ 2 ค. ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษให้ ซึ่งเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ สำหรับฎีกาของจำเลยในข้ออื่นคือข้อ 2 ก. จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2325/2528 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยถูกฟ้องฐานหลบหนีการควบคุมของเจ้าพนักงานอันเนื่องมาจากจำเลยถูกจับกุมฐานมีถ่านไม้ไว้ในครอบครองเกินปริมาตรที่ทางราชการกำหนด แล้วเจ้าพนักงานตำรวจได้ให้จำเลยเอาถ่านไม้ของกลางไปสถานีตำรวจแต่จำเลยได้หลบหนีไป คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้วโดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลย 1 เดือน ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวกับความผิดคดีนี้และแม้จะเป็นต่างกรรมกันแก่โจทก์ไม่ฟ้องเมื่อจับจำเลยได้ในคราวก่อน จึงฟ้องจำเลยอีกไม่ได้ กับฎีกาข้อ 2 ข. ซึ่งจำเลยฎีกาว่าจำเลยถูกจับครั้งก่อนเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2528ถือว่าจำเลยถูกจับในคดีนี้ด้วยโจทก์ต้องฟ้องคดีต่อศาลภายใน 72 ชั่วโมง หรือขอผัดฟ้องตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง แต่โจทก์หาได้กระทำไม่กลับมาฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2529 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแต่ปรากฏว่าคดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงตามฎีกาของจำเลยไม่มีปรากฏในการพิจารณาของศาลชั้นต้น ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างอิงจึงไม่เกิดขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อดังกล่าว และจำเลยฎีกาต่อมาจึงเป็นการไม่ชอบ ทั้งไม่ผูกมัดศาลฎีกาให้จำต้องวินิจฉัยตาม ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาข้อ 2 ก. และข้อ 2ข. ของจำเลย' พิพากษายกฎีกาของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี โจทก์ นาย ดำเนิน หรือ เฉลิม ชัย ชำนาญ เรือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กาญจนบุรี · จำเลย - นาย ดำเนิน หรือ เฉลิม ชัย ชำนาญ เรือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2229/2515ฎีกา 529/2509ฎีกา 845/2543ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 369/2501ฎีกา 9797/2555ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา