คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3185/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่ชำรุดบกพร่องภายในระยะเวลาที่ผู้ขายต้องรับผิด ถือเป็นการฟ้องคดีเพื่อเหตุชำรุดบกพร่อง ผู้เสียหายต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พบเห็นความชำรุดบกพร่อง
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายที่โจทก์เสียไปในการซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้าที่จำเลยขายให้โจทก์ ซึ่งเกิดชำรุดขึ้นภายในระยะเวลาที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบ เป็นการฟ้องจำเลยให้รับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง มิใช่เป็นการฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย หรือเลิกสัญญากับจำเลย โจทก์จึงต้องฟ้องจำเลยภายใน 1 ปี นับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ซื้อหม้อแปลงไฟฟ้าจากจำเลย ปรากฏว่าสินค้าชำรุดต้องซ่อมเสียเงินไป 26,360 บาท ขอให้จำเลยชำระจำเลยให้การว่า ฟ้องขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เป็นเรื่องผิดสัญญาซื้อขายสิทธิเรียกร้องของโจทก์มิได้มีกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 จึงมีอายุความ 10 ปีฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามข้อสัญญาเพิ่มเติมข้อ 3 ได้ระบุมีใจความเพียงว่าผู้ขายรับรองคุณภาพของหม้อแปลงไฟฟ้าที่ซื้อขายกันตามสัญญา หากมีสิ่งบกพร่องในคุณภาพภายใน 3 ปี หลังจากส่งมอบ ผู้ขายจะรับแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ซื้อจะเห็นได้ว่าสัญญาเพิ่มเติมข้อ 3 นี้เป็นเรื่องความรับผิดเกี่ยวกับความชำรุดบกพร่องของหม้อแปลงไฟฟ้า แต่ตามสัญญาก็มิได้ระบุไว้ว่า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อนี้แล้ว ให้โจทก์จัดการซ่อมเองได้โดยเรียกค่าใช้จ่ายจากจำเลย หรือจะให้มีผลบังคับกันอย่างไร ทั้งตามสัญญาข้อ 5 ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้ขายผิดสัญญาอันมีผลทำให้ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญา หรือมีสิทธิเรียกเบี้ยปรับต่อกันก็มิได้กล่าวให้มีผลบังคับถึงสัญญาข้อ 3 ไว้ ดังนั้นการที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายที่โจทก์เสียไปในการซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้าที่จำเลยขายให้โจทก์ ซึ่งเกิดชำรุดขึ้นภายในระยะเวลาที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบ จึงเป็นการฟ้องให้จำเลยให้รับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง มิใช่เป็นการฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาซื้อขาย หรือเลิกสัญญากับจำเลย โจทก์จึงต้องฟ้องจำเลยภายใน 1 ปีนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 ข้อเท็จจริงได้ความว่านายวีระ ปิตรชาติ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของหม้อแปลงไฟฟ้าที่จำเลยขายให้แก่โจทก์ดังกล่าว เมื่อวันที่ (อ่านไม่ออก) มีนาคม 2521, 2 มิถุนายน 2523และ 10 ตุลาคม 2521 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.7, จ.8 และ จ.9ตามลำดับ แต่โจทก์เพิ่งนำคดีมาฟ้องศาลเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน2527 ซึ่งพ้นเวลา 1 ปี นับแต่เวลาที่โจทก์ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่องของหม้อแปลงไฟฟ้าแล้ว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความคำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3185/2531
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์
บริษัท พี แอนด์ ที อิมปอร์ต-เอกซปอร์ต จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · จำเลย - บริษัท พี แอนด์ ที อิมปอร์ต-เอกซปอร์ต จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · สุชาติ จิวะชาติ · เสงี่ยม ทวีชัยการ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา