⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3227/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3227/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตรวจพบสุรากลั่นที่มีแรงแอลกอฮอล์สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่ถือเป็นความผิดซึ่งหน้าที่จะจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ หากไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่แสดงว่าจำเลยได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสี่ตรวจพบสุรากลั่นจำนวน 14 ขวด มีแรงแอลกอฮอล์สูงกว่าสุราที่ชอบด้วยกฎหมายและโจทก์ว่าเป็นสุราที่ซื้อมาจาก ล. ตัวแทนจำหน่ายสุราในอำเภอจักราช ดังนี้ ไม่ใช่ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเห็นโจทก์กำลังกระทำหรือพบในอาการซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าโจทก์กระทำผิดมาแล้วสด ๆ จึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับโจทก์ได้โดยไม่มีหมายจับ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.80

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,179, 83, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 คดีจึงมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมายและในการวินิจฉัยข้อกฎหมายนั้นศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานสรรพสามิต ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นผู้จัดการบริษัทสุราทิพย์รังสิมามหาชน จำกัด โจทก์มีอาชีพขายสุรา โดยได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภท 4 และซื้อสุรามาจากนางเล็กตัวแทนจำหน่ายที่อำเภอจักราช เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2528 เวลา 15นาฬิกา จำเลยทั้งสี่กับพวกไปขอตรวจค้นสุราเถื่อนที่บ้านโจทก์แล้วนำเอาสุราในบ้านโจทก์ 14 ขวด ออกตรวจปรากฏว่ามีแอลกฮอล์สูงกว่าสุราที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงยึดไว้เป็นของกลาง ได้จับโจทก์และทำบันทึกจับกุมโจทก์โดยไม่มีหมายจับแล้วนำโจทก์ส่งต่อพนังงานสอบสวน มีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์กระทำความผิดซึ่งหน้าหรือไม่ จำเลยจับโจทก์โดยไม่มีหมายจับเป็นการชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดซึ่งหน้าได้แก่ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำหรือพบในอาการใดซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าเขาได้กระทำผิดมาแล้วสด ๆ เว้นแต่ความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและต้องหลักเกณฑ์ตามมาตรา 80วรรคสอง (1) (2) การที่จำเลยทั้งสี่ตรวจพบสุรากลั่นจำนวน 14ขวด มีแรงแอลกอฮอล์สูงกว่าสุราที่ชอบด้วยกฎหมายและโจทก์ว่าเป็นสุราที่ซื้อมาจากนางเล็กตัวแทนจำหน่ายสุราในอำเภอจักราช ดังนี้ ไม่ใช่ความผิดซึ่งเจ้าพนักงานเห็นโจทก์กำลังกระทำหรือพบในอาการซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าโจทก์กระทำผิดมาแล้วสดๆ จึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับโจทก์ได้โดยไม่มีหมายจับ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานการที่จำเลยทั้งสามจับโจทก์โดยไม่มีหมายจับ จึงอาจจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และการที่จำเลยทั้งสามทำบันทึกการจับกุมโจทก์ หากการจับกุมไม่ชอบ บันทึกการจับกุมดังกล่าวก็อาจจะเป็นพยานหลักฐานอันเป็นเท็จซึ่งทำขึ้นเพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่าได้มีความผิดอาญาเกิดขึ้น ส่วนจำเลยที่ 4 ก็ได้ร่วมกับจำเลยอื่นตรวจจับสุรารายนี้ของโจทก์ด้วย การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงมีมูลความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป'. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3227/2531 นาง ทอง มี หรือ มี พรมทองพะเ นา โจทก์ นาย สว่าน สวัส ดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ทอง มี หรือ มี พรมทองพะเ นา · จำเลย - นาย สว่าน สวัส ดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 845/2487ฎีกา 2745/2524ฎีกา 644/2464ฎีกา 8764/2554ฎีกา 1328/2544ฎีกา 1041/2506ฎีกา 481/2491ฎีกา 1087/2492ฎีกา 6421/2544ฎีกา 309/2490ฎีกา 698/2516ฎีกา 4461/2540ฎีกา 1164/2546ฎีกา 427/2525ฎีกา 3743/2529ฎีกา 387/2512ฎีกา 278-279/2525ฎีกา 6738/2551ฎีกา 6397/2541ฎีกา 1089/2502ฎีกา 2157/2514ฎีกา 3999/2535ฎีกา 3751/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา