⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3269/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3269/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้ผู้เสียหายสิ้นสติไป แม้จะไม่ได้รับอันตรายแก่กาย ก็ถือเป็นอันตรายแก่จิตใจแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกใช้ยากดประสาทอย่างแรงใส่ลงในกาแฟให้ผู้เสียหายดื่มเมื่อผู้เสียหายดื่มแล้วสิ้นสติไปแทบจะทันที แล้วจำเลยกับพวกได้ลักเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายฟื้นคืนสติที่โรงพยาบาลหลังจากเวลาล่วงไปประมาณ 12 ชั่วโมงดังนี้ แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้รับอันตรายแก่กายอย่างหนึ่งอย่างใดก็ถือได้ว่าเป็นอันตรายแก่จิตใจของผู้เสียหายแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2531).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายทั้งสี่รวมเป็นเงิน ๔๖,๐๐๓ บาท โดยจำเลยกับพวกร่วมกันใช้ยาสลบใส่ลงในกาแฟให้ผู้เสียหายดื่มจนผู้เสียหายมึนเมาสลบไม่ได้สติ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจของผู้อื่นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙, ๘๓ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนราคา ๔๔,๗๑๕ บาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม ลงโทษจำคุก ๑๒ ปี คืนเงินสด ๖๕บาทของกลางแก่ผู้เสียหายและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๔๔,๗๑๕ บาทแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกับพวกอีก ๑ คนร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายโดยใช้ยาสลบผสมในกาแฟให้ผู้เสียหายทั้งสี่ดื่มเป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสี่หมดสติไปอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วจำเลยกับพวกลักเอาทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสี่ไปจึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้องส่วนที่ว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสามหรือไม่นั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกับพวกใช้สารฟีโนบาร์บิตาลซึ่งเป็นยากดประสาทอย่างแรงใส่ลงในกาแฟให้ผู้เสียหายดื่ม เมื่อผู้เสียหายดื่มแล้วสิ้นสติไปแทบจะทันทีและไปฟื้นคืนสติที่โรงพยาบาลหลังจากเวลาล่วงไปประมาณ ๑๒ ชั่วโมงแม้ผู้เสียหายจะไม่ได้รับอันตรายแก่กายอย่างหนึ่งอย่างใดก็ถือได้ว่าเป็นอันตรายแก่จิตใจอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3269/2531 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นางสาวอารยาหรือแหม่ม ศรานุรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นางสาวอารยาหรือแหม่ม ศรานุรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสังเวียน รัตนมุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 456/2506ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1400/2538ฎีกา 391/2509ฎีกา 5999/2544ฎีกา 1908/2528ฎีกา 213/2554ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2151/2529ฎีกา 3380/2531ฎีกา 410/2546ฎีกา 851/2487ฎีกา 22267/2555ฎีกา 1112/2507ฎีกา 4380/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา