⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3875/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3875/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกที่ถูกถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว ไม่มีอำนาจฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกอีกต่อไป แต่ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่แต่ผู้เดียว ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้ตายได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ร. ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 1 ผู้ขายกับจำเลยที่ 2 ผู้ซื้อโดยอ้างว่าที่ดินเป็นทรัพย์มรดกของ ร. กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. ร่วมกับโจทก์ให้การต่อสู้ว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียว จำเลยที่ 1 ได้ครอบครองมาโดยตลอด หากฟังว่าที่ดินเป็นมรดกของ ร. สิทธิของทายาท ร. ก็ขาดอายุความแล้ว การโต้แย้งของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวมิได้กระทำในฐานะผู้จัดการมรดกของ ร. แต่เป็นการโต้แย้งโดยอ้างอำนาจของตนเอง จึงมิใช่เป็นการทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกของ ร. กรณีมิใช่เป็นเรื่องความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการจัดการมรดกของ ร. ซึ่งต้องถือเอาเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก ถ้าเสียงเท่ากันเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอก็ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 ทั้งระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 1 ก็ได้ถูกถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. แล้ว โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. ที่เหลืออยู่แต่ผู้เดียวย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ตามสิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทข้ออื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์อุธรณ์ฎีกาเพียงให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เป็นฝ่ายชนะคดี คำขอตามคำฟ้องอุทธรณ์และคำฟ้องฎีกาจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวนเป็นราคาเงินได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาทตามตาราง 1 ข้อ (2) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1726

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางรวง มากทอง ร่วมกับจำเลยที่ ๑ โดยคำสั่งศาล ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๑๔ พร้อมด้วยห้องแถวเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ ๑ กับนางรวง เมื่อนางรวงถึงแก่กรรมจึงตกเป็นมรดกของนางรวงกึ่งหนึ่ง จำเลยที่ ๑ ขายที่ดินแก่จำเลยที่ ๒ ไปทั้งสองแปลงโดยไม่มีอำนาจ และไม่ได้แบ่งเงินที่ขายได้ให้แก่ทายาทนางรวง ไม่กระทำการตามหน้าที่ในฐานะผู้จัดการมรดกเพราะมีประโยชน์ขัดกัน จำเลยที่ ๒ รับซื้อไว้โดยเจตนาไม่สุจริจ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันโอนที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๑ รื้อห้องแถวถวายวัดไปแล้ว หากฟังว่าที่ดินตามฟ้องเป็นทรัพย์มรดก โจทก์ก็ครอบครองมาจนสิทธิของทายาทอื่นขาดอายุความแล้ว โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ ๑ โจทก์แต่ผู้เดียวไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่ารับซื้อไว้โดยสุจริต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง มิได้วินิจฉัยประเด็นข้ออื่น แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องเกี่ยวกับการจัดการมรดกของนางรวง เมื่อโจทก์และจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของนางรวงร่วมกัน โจทก์เห็นควรเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินตามฟ้องระหว่างจำเลยที่ ๑ ผู้ขายกับจำเลยที่ ๒ ผู้ซื้อ จำเลยที่ ๑ เห็นว่าไม่ควรทำเช่นนั้น โจทก์ชอบที่จะร้องขอให้ศาลชี้ขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๖ เสียก่อน แต่โจทก์ก็มิได้กระทำเช่นว่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ ๑ เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางรวง โจทก์เป็นบุตรคนที่ ๖ นางรวงถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ โจทก์และจำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของนางรวงร่วมกัน โดยคำสั่งศาลตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๒๖ เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๑ ทำนิติกรรมขายที่ดินตามฟ้องให้จำเลยที่ ๒ คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินตามฟ้องระหว่างจำเลยที่ ๑ ผู้ขาย กับจำเลยที่ ๒ ผู้ซื้อ โดยอ้างว่าที่ดินตามฟ้องเป็นทรัพย์มรดกของนางรวงกึ่งหนึ่ง จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางรวงร่วมกับโจทก์ให้การต่อสู้คดีว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๑ ได้ครอบครองมาโดยตลอด หากฟังว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นมรดกของนางรวงสิทธิของทายาทนางรวงก็ขาดอายุความแล้ว การโต้แย้งของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวมิได้กระทำในฐานะผู้จัดการมรดกของนางรวง แต่เป็นการโต้แย้งโดยอ้างอำนาจของตนเอง จึงมิใช่เป็นการทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกของนางรวง กรณีจึงมิใช่เป็นเรื่องความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการจัดการมรดกของนางรวง ซึ่งต้องถือเอาเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก ถ้าเสียงเท่ากัน เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอก็ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๖ ดังนั้น คดีนี้จึงนำบทมาตราดังกล่าวมาปรับไม่ได้ การที่จำเลยที่ ๑ ต่อสู้คดีว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว และได้รื้อห้องแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินแปลวนี้ถวายวัดไปแล้วเช่นนี้ นอกจากจะเห็นได้ชัดว่า จำเลยที่ ๑ ย่อมไม่ประสงค์จะให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินตามฟ้องระหว่างจำเลยที่ ๑ ผู้ขาย กับจำเลยที่ ๒ ผู้ซื้อ ซึ่งถือได้ว่าไม่เต็มใจที่จะจัดการมรดกรายนี้แล้ว ยังเป็นการโต้แย้งสิทธิในกองมรดก ทั้งขณะนี้จำเลยที่ ๑ ก็ได้ถูกถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางรวงแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางรวงที่ยังเหลืออยู่แต่ผู้เดียว ย่อมมีอำนาจฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ตามสิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทข้ออื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์อุทธรณ์ฎีกาเพียงให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามลำดับ ให้ศาลช้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ มิได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้เป็นฝ่ายชนะคดี คำขอตามคำฟ้องอุทธรณ์และคำฟ้องฎีกาของโจทก์จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง ๒๐๐ บาท ตามตาราง ๑ ข้อ (๒) (ก) ท้ายประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่งเท่านั้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ให้เป็นพับ ค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และในชั้นฎีกาที่โจทก์เสียเกินมาให้คืนแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3875/2531 นางสาวทศพินทร์ มากทอง โจทก์ นายเจ็ก หรือเจ๊ก มากทอง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวทศพินทร์ มากทอง · ล. - นายเจ็ก หรือเจ๊ก มากทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต · ถวิล ทองสว่างรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายประยูร ณ ระนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5843/2538ฎีกา 6057/2541ฎีกา 5524/2533ฎีกา 4503/2565ฎีกา 5516/2536ฎีกา 551/2542ฎีกา 322/2518ฎีกา 3681/2567ฎีกา 2629/2567ฎีกา 7824-7825/2547ฎีกา 5315/2533ฎีกา 872-873/2497ฎีกา 194/2535ฎีกา 6857/2553ฎีกา 18893/2555ฎีกา 1709/2512ฎีกา 1727-1729/2519ฎีกา 204/2530ฎีกา 16312/2555ฎีกา 1719/2512ฎีกา 1824/2543ฎีกา 382/2511ฎีกา 1217/2543ฎีกา 1839/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา