คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2542
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกหลายคนต้องถือเอาเสียงข้างมาก โจทก์ที่ 3 ไม่อาจกระทำการใดๆ โดยลำพังได้หากผู้จัดการมรดกคนอื่นคัดค้าน
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของ พ. ได้ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากตึกแถวพิพาทจนมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์ทั้งสามเป็นฝ่ายชนะคดีและได้มีการบังคับคดีในเวลาต่อมา โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1และที่ 2 ไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ กรณีเป็นเรื่องมีผู้จัดการมรดกหลายคน โจทก์ทั้งสามแต่ละคนจะจัดการโดยลำพังไม่ได้ การกระทำตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องถือเอาเสียงข้างมาก ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 1 และที่ 2คัดค้านคำร้อง ของ โจทก์ที่ 3 ที่ขอให้งดการบังคับคดีกรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1726 โจทก์ที่ 3 ไม่อาจกระทำได้โดยลำพัง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยเรียกค่าเสียหายศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำเลยและบริวารออกจากตึกแถวพิพาทและส่งมอบตึกแถวคืนแก่โจทก์ทั้งสามในสภาพเรียบร้อย ห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับตึกแถวพิพาทนั้นอีก กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ ซึ่งศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาและจำเลยทราบคำบังคับแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติโดยไม่ยอมออกไปจากตึกแถวพิพาท ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (1)
ต่อมาโจทก์ที่ 3 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539ขอให้งดการบังคับคดีกับจำเลยอ้างว่า ตึกแถวพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของกองมรดกของนางพรรณเพ็ญแข กฤดากร ที่โจทก์ที่ 3 มีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทอื่นด้วย และโจทก์ที่ 3 ได้ตกลงขายกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนของโจทก์ที่ 3 ให้แก่จำเลย ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหบุญสินและบริษัทพี.แอนด์.บี เท็กซ์ไทล์ จำกัด พร้อมส่งมอบการครอบครองให้แก่จำเลยกับพวกแล้ว โจทก์ที่ 3 ไม่ติดใจบังคับคดีในส่วนของโจทก์ที่ 3 กับจำเลยอีกต่อไป นอกจากนี้โจทก์ที่ 3 ได้เข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดสหบุญสินแล้ว และที่ดินที่ตึกแถวพิพาทตั้งอยู่ส่วนหนึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์ซึ่งมีจำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัดสหบุญสิน บริษัทพี.แอนด์.บี เท็กซ์ไทล์ จำกัดและบุคคลภายนอกครอบครองอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งมีสิทธิดีกว่าโจทก์ที่ 1และโจทก์ที่ 2 คำพิพากษาของศาลจึงนำมาใช้บังคับกับจำเลยและบุคคลที่ครอบครองที่ดินอยู่ก่อนไม่ได้ ขอให้งดการบังคับคดีกับจำเลย
โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 แถลงคัดค้าน
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง
โจทก์ที่ 3 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ที่ 3 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนางพรรณเพ็ญแขซึ่งได้ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากตึกแถวพิพาทในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกดังกล่าวจนมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์ทั้งสามเป็นฝ่ายชนะคดีและได้มีการบังคับคดีในเวลาต่อมาโดยที่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไม่สามารถหรือไม่เต็มใจที่จะจัดการ ฉะนั้นโจทก์ทั้งสามแต่ละคนจะจัดการโดยลำพังไม่ได้กรณีเป็นเรื่องมีผู้จัดการมรดกหลายคน การกระทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องถือเอาเสียงข้างมาก ดังนั้นเมื่อโจทก์ที่ 1และที่ 2 คัดค้านคำร้อง ของ โจทก์ที่ 3 ที่ขอให้งดการบังคับคดีเช่นนี้ กรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1715 วรรคสาม และมาตรา 1726 โจทก์ที่ 3 จึงไม่อาจกระทำได้โดยลำพัง ส่วนข้ออ้างอื่น ๆ ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาให้เป็นอย่างอื่นได้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2542
นาวาเอก หม่อมหลวง เพ็ญศักดิ์ กฤดากร ร . น. กับพวก โจทก์
ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ของ นาง พรรณเพ็ญแข กฤดากร โจทก์
นาย เสรี เจีย ร แสง ทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาวาเอก หม่อมหลวง เพ็ญศักดิ์ กฤดากร ร . น. กับพวก · โจทก์ - ใน ฐานะ ผู้จัดการมรดก ของ นาง พรรณเพ็ญแข กฤดากร · จำเลย - นาย เสรี เจีย ร แสง ทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พันธาวุธ ปาณิกบุตร · เหล็ก ไทรวิจิตร · กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ